‘ทรีนีตี้’ ประเมินมาตรการรัฐล่าสุด เชื่อช่วยให้เงินในกระเป๋าของฐานรากปรับตัวเพิ่ม

‘ทรีนีตี้’ ประเมินมาตรการรัฐล่าสุด เชื่อช่วยให้เงินในกระเป๋าของฐานรากปรับตัวเพิ่ม
มติชน
27 มีนาคม 2563 ( 18:13 )
9
‘ทรีนีตี้’ ประเมินมาตรการรัฐล่าสุด เชื่อช่วยให้เงินในกระเป๋าของฐานรากปรับตัวเพิ่ม

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่าสรุปรายละเอียดและมุมมองจากการประชุมด่วนระหว่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคาร และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( ..) โดยคาดการณ์ว่าจะมีมาตรการเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 เฟส 3 ออกมาเพิ่มเติม ซึ่งจะมุ่งเน้นไปยังผลการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากแก้วเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย อาทิ มุ่งเน้นการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในกลุ่มชุมชนท้องถิ่นต่างจังหวัด เพื่อสร้างการจ้างงานให้กับกลุ่มแรงงานที่ย้ายกลับถิ่นฐาน กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในฐานร้ากกันเอง ไม่ได้มีมาตรการออกมาช่วยเหลือในระดับสูงเหมือนที่ผ่านๆ มา เพื่อเป็นการส่งเสริมกลุ่มฐานรากให้มีรายได้พอประคับประคองในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า

อาจมีความเป็นไปได้ในการออกพ...เงินกู้ ส่วนวงเงินจะใช่มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทหรือไม่นั้น ไม่น่าจะเป็นสาระสำคัญ เนื่องจากความสามารถในการกู้ยืมของเราอยู่ในระดับที่สูง โดยหากมาตรการเยียวยาเฟส 3 ออกมาในรูปแบบนี้จริง จะเป็นการสอดรับกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาก่อนหน้านี้ซึ่งคาดการณ์ว่ามาตรการชุดนี้จะไม่ได้มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการ เนื่องจากเพิ่งมีการช่วยเหลือผ่านมาตรการสินเชื่อและมาตรการภาษีมาในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว โดยหากเกิดขึ้นจริงและมีประสิทธิผล มองว่าจะทำให้เงินในกระเป๋าของกลุ่มฐานรากปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งน่าจะมี 2 ทางเลือกเดิมต่อไป ได้แก่ นำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าจำเป็นหรือนำไปชำระคืนหนี้นายณัฐชาตกล่าว

นายณัฐชาตกล่าวว่า ประเมินธีมการลงทุนในธีมรากแก้วเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยไปยัง 2 กลุ่มเดิม ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธปท.ในช่วงก่อนหน้านี้ ได้แก่ 1.กลุ่มสินค้าปลีกที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอาทิ อาหาร ยา เช่น ซีพีออลล์ บีเจซี แม็คโคร และ 2.กลุ่มสินเชื่อต่างๆ เช่น เอ็มทีซี สวัสดิ์ อะมานะฮ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง