ไทยเร่งดึงลงทุน AI ปั้นเศรษฐกิจยุคใหม่ ชิงตำแหน่ง Digital Hub อาเซียน

AI ไม่ได้เริ่มจาก ChatGPT แต่เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐาน
หลายคนอาจมองว่า AI คือแชตบอตอย่าง ChatGPT, Gemini หรือ Claude ที่ช่วยเขียนงานและตอบคำถาม แต่ในมุมเศรษฐกิจ AI เริ่มต้นจากโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า ประเทศที่ต้องการใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ Data Center, Cloud Infrastructure, Computing Power และ Digital Talent
ทุกครั้งที่ผู้ใช้งานสั่งให้ AI วิเคราะห์ข้อมูล สร้างภาพ หรือเขียนโค้ด เบื้องหลังต้องอาศัยศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ พลังประมวลผลมหาศาล ระบบไฟฟ้า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และบุคลากรด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงไม่ได้มอง AI เป็นเพียงซอฟต์แวร์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ต่างจากถนน ท่าเรือ หรืออินเทอร์เน็ตในอดีต
Microsoft ลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ หนุนไทยสู่ศูนย์กลาง AI
หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สะท้อนความพยายามของไทย คือ การลงทุนของ Microsoft มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud, AI และ Cybersecurity ในประเทศไทย
เป้าหมายสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ คือการยกระดับขีดความสามารถด้าน AI ของไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังยกระดับ Data Center และ Cloud Computing ให้เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ ตั้งแต่ AI การเงินดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงบริการออนไลน์
ไทยต้องแข่งกับสิงคโปร์และมาเลเซีย
แม้ไทยจะมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และขนาดเศรษฐกิจ แต่การแข่งขันเพื่อเป็นศูนย์กลาง AI ของอาเซียนยังไม่ง่าย
สิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำด้านระบบนิเวศเทคโนโลยีและศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค ขณะที่มาเลเซียเร่งออกมาตรการจูงใจด้านภาษีและการลงทุน เพื่อดึงผู้ประกอบการ Data Center และ AI ระดับโลกเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง
เม็ดเงินลงทุนใน Data Center และ AI จึงกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญที่สุดของอาเซียน เพราะประเทศที่ดึงการลงทุนเหล่านี้ได้ จะได้รับทั้งการจ้างงานทักษะสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ในอนาคต
Data Center อย่างเดียวไม่พอ ไทยต้องสร้างนวัตกรรมของตัวเอง
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองตรงกันว่า การมี Data Center จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นผู้นำ AI ได้โดยอัตโนมัติ
สิ่งที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงที่สุด คือ งานวิจัยและพัฒนา (R&D) การสร้างสตาร์ทอัปด้าน AI และการต่อยอดองค์ความรู้ให้กลายเป็นธุรกิจจริง
World Bank ระบุว่า ประเทศที่ต้องการใช้ AI เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ จำเป็นต้องพัฒนาคนควบคู่กับเทคโนโลยี เพราะแม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุด แต่หากขาดบุคลากรที่สามารถพัฒนาและต่อยอด AI ได้ ก็ยากที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
ดังนั้น การแข่งขันด้าน AI ในระยะต่อไป อาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนเซิร์ฟเวอร์หรือขนาดของ Data Center เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่ว่า ประเทศใดสามารถเปลี่ยนการลงทุนให้กลายเป็นนวัตกรรม สตาร์ทอัป และธุรกิจใหม่ได้มากกว่ากัน
AI คือเดิมพันเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า
สำหรับประเทศไทย ความท้าทายสำคัญไม่ใช่แค่การดึง Data Center หรือบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาลงทุน แต่คือการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนเหล่านั้นให้กลายเป็นองค์ความรู้ งานวิจัย และอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ
เพราะในเศรษฐกิจ AI ผู้ชนะอาจไม่ใช่ประเทศที่มีศูนย์ข้อมูลมากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถสร้างเทคโนโลยี สร้างธุรกิจ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจาก AI ได้มากที่สุด
นั่นคือโจทย์สำคัญที่ไทยกำลังเผชิญ หากต้องการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของอาเซียนในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
