รีเซต

TH-AI Passport คืออะไร? เปิดรายละเอียดโครงการ AI 1.6 พันล้านบาท ยกระดับคนไทย 5 ล้านคน

TH-AI Passport คืออะไร? เปิดรายละเอียดโครงการ AI 1.6 พันล้านบาท ยกระดับคนไทย 5 ล้านคน
TNN ช่อง16
11 มิถุนายน 2569 ( 09:47 )
12

TH-AI Passport นโยบาย AI ครั้งใหญ่ของไทย

โครงการ TH-AI Passport กลายเป็นหนึ่งในนโยบายด้านดิจิทัลที่ได้รับความสนใจอย่างมากในปี 2569 หลังรัฐบาลเดินหน้าผลักดันการเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กับประชาชนในวงกว้าง ผ่านงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายให้คนไทย 5 ล้านคนสามารถใช้งาน Generative AI ระดับมืออาชีพได้ภายในระยะเวลา 12 เดือน

แนวคิดสำคัญของโครงการ คือ การทำให้ AI ไม่ใช่เครื่องมือเฉพาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบการ และแรงงานไทย สามารถนำไปใช้พัฒนาทักษะ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้

TH-AI Passport คืออะไร?

TH-AI Passport เป็นโครงการพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัลของคนไทย ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับ Pro หรือ Premium ผ่านระบบกลางของภาครัฐ

เป้าหมายหลักคือการเพิ่มอัตราการใช้งาน AI ของประเทศไทย จากระดับ 10.7% ในปี 2568 ให้ขยับขึ้นสู่ระดับประมาณ 20-23% ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและตลาดแรงงานยุค AI

โครงการยังวางแนวคิด "Learn to Earn" หรือการเรียนรู้เพื่อนำไปสร้างรายได้ ผ่านหลักสูตรพัฒนาทักษะที่ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก

คนไทยจะได้รับสิทธิอะไรบ้าง?

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่า ผู้ได้รับสิทธิ์จะสามารถเข้าถึง Generative AI ระดับ Pro จากผู้ให้บริการชั้นนำจำนวน 14 ราย รวม 24 โมเดล

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่อยู่ในโครงการ ได้แก่

  • ChatGPT
  • Gemini
  • Claude
  • Grok
  • Typhoon

รวมสิทธิใช้งานทั้งสิ้น 5 ล้านสิทธิ เป็นระยะเวลา 12 เดือน

ภาครัฐระบุว่าต้นทุนการจัดหาต่อสิทธิอยู่ที่ประมาณ 27.5 บาทต่อเดือน ขณะที่ราคาสมัครใช้งานโดยตรงจากผู้ให้บริการ AI หลายรายมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 600 บาทต่อเดือน

นอกจากการเข้าถึงเครื่องมือ AI แล้ว ยังมีการจัดหลักสูตรฝึกอบรม การทดสอบก่อนและหลังเรียน กิจกรรม Boot Camp การประกวดแข่งขันด้าน AI และการส่งเสริมการเรียนรู้ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

กางไทม์ไลน์จัดซื้อจัดจ้าง

การดำเนินโครงการเริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2568 โดยมีลำดับขั้นตอนสำคัญดังนี้

30 กันยายน 2568 รับมอบนโยบายและเริ่มจัดทำโครงการ

5 พฤศจิกายน 2568 ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารและจัดหาระบบคอมพิวเตอร์

12 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการกองทุน DE Fund อนุมัติโครงการ

17 พฤศจิกายน 2568 ประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้าง

15-22 ธันวาคม 2568 เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง TOR

24 ธันวาคม 2568 – 26 มกราคม 2569 เปิดรับข้อเสนอ

27 มกราคม 2569 เปิดเสนอราคา

27 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2569 ประกาศผลและสิ้นสุดช่วงอุทธรณ์

7 เมษายน 2569 ลงนามสัญญา

ผลการจัดซื้อจัดจ้างมีผู้ยื่นข้อเสนอ 3 กลุ่มกิจการ โดยผู้ชนะเสนอราคา 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่ากรอบงบประมาณที่กำหนดไว้ 1,650 ล้านบาท

ระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้งาน

กระทรวงดีอีชี้แจงว่า ข้อมูลผู้ใช้และคำสั่งที่ป้อนเข้าสู่ระบบ (Prompt) จะถูกจัดเก็บบนระบบ Cloud ภายในประเทศไทย และมีการปกปิดตัวตนของผู้ใช้งานก่อนนำข้อมูลไปใช้ในเชิงวิเคราะห์

ส่วนการยืนยันตัวตนมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันสิทธิการใช้งานของคนไทยเท่านั้น โดยระบุว่าจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับเจ้าของโมเดล AI

นอกจากนี้ ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการปกปิดตัวตนแล้ว จะถูกนำไปใช้ต่อยอดในโครงการ ThaiLLM ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ภาษาไทยในอนาคต

ข้อดีที่ภาครัฐคาดหวัง

ผู้สนับสนุนโครงการมองว่า TH-AI Passport จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI ในต้นทุนต่ำ และลดช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างประชาชนกลุ่มต่าง ๆ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ได้แก่

  • เพิ่มทักษะ AI ให้แรงงานไทย
  • สนับสนุนการศึกษาและการเรียนรู้
  • ช่วยผู้ประกอบการ SME และฟรีแลนซ์ใช้ AI ในการทำงาน
  • เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • เตรียมกำลังคนรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

ประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม

แม้โครงการจะมีเป้าหมายด้านการพัฒนาทักษะของประชาชน แต่ก็มีข้อกังวลที่หลายฝ่ายติดตามอย่างใกล้ชิด

ประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถาม ได้แก่

  • ความคุ้มค่าของงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท
  • ความโปร่งใสของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
  • รายละเอียดของ TOR และเกณฑ์การคัดเลือก
  • อัตราการใช้งานจริงของผู้ได้รับสิทธิ
  • ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว
  • ความเป็นธรรมต่อผู้ให้บริการ AI ในตลาด

หลายฝ่ายมองว่าตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการจะไม่ได้อยู่ที่จำนวนสิทธิที่แจกจ่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าผู้ได้รับสิทธิสามารถนำ AI ไปใช้จริง เกิดการพัฒนาทักษะ และสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด

เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ

ล่าสุด กระทรวงดีอีเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เพื่อรับข้อเสนอจากทุกภาคส่วน

ภาครัฐยืนยันว่าพร้อมเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพด้าน AI ของประเทศในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง