รีเซต

"Data Center Hub" ตัวคูณ เศรษฐกิจไทย อนาคตกับโอกาสที่พลาดไม่ได้

"Data Center Hub" ตัวคูณ เศรษฐกิจไทย อนาคตกับโอกาสที่พลาดไม่ได้
TNN ช่อง16
3 กรกฎาคม 2569 ( 14:39 )
7

ภาพรวมสถานการณ์ Data Center ของโลกในปี 2026 นี้ Data Center กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของยุค AI เปรียบเสมือนโรงงานผลิตปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Factory ที่รองรับการประมวลผลของโมเดล AI ขนาดใหญ่ เช่น ChatGPT, Gemini และ Claude

สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้โลกเปลี่ยนไป เมื่อ AI ทำให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Data Center บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ หรือ Hyperscalers ไม่ว่าจะเป็น Amazon Web Services, Microsoft, Google Cloud, Meta, Oracle และ OpenAI ต่างเร่งลงทุนสร้าง Data Center ทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนด้าน AI Infrastructure และ Data Center อาจสูงกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

การลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอาคาร แต่รวมถึง GPU จำนวนมหาศาล, ระบบไฟฟ้าแรงสูง, ระบบระบายความร้อน, เครือข่ายไฟเบอร์, ระบบสำรองไฟ และพลังงานสะอาด รวมถึง Battery Storage เพื่อรองรับ Data Center รุ่นใหม่ ซึ่ง AI Data Center ในปัจจุบันแตกต่างจาก Cloud Data Center จากเดิมที่ Cloud จะใช้การทำงานของ CPU เป็นหลัก แต่ AI Data Center เป็นการประมวลผลของ GPU หลายหมื่นถึงหลายแสนตัว ทำให้มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าอย่างมาก

หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกกำลังแข่งขันเป็น Data Center Hub ของโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยเมืองสำคัญที่เป็นเหมือนฐานของ AI ประกอบไปด้วย Northern Virginia, Texas, Arizona, Ohio ซึ่งอุตสาหกรรมนี้ถูกขับเคลื่อนโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของโลกอย่าง Microsoft, Google, AWS, Meta และ Oracle

ขณะที่อินเดีย กำลังเติบโตเร็วที่สุดประเทศหนึ่งในเรื่อง Data Center ด้วยจุดแข็งที่ประชากรมหาศาล AI Adoption ที่สูง จากการสนับสนุนของรัฐบาล ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้

ส่วนมาเลเซีย กำลังจะกลายเป็นดาวรุ่งของอาเซียน จากการได้รับการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Google, NVIDIA Ecosystem และ ByteDance ในเมืองหลักอย่าง Johor ด้วยจุดแข็งราคาค่าไฟที่ต่ำ และยังอยู่ใกล้สิงคโปร์

ซึ่งถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะมีพื้นที่จำกัด แต่ก็ยังคงศักยภาพเป็น Regional Hub และ Financial Hub รวมถึง Cloud Hub ของภูมิภาค โดยรัฐบาลสิงคโปร์เริ่มจำกัดการอนุมัติ Data Center ใหม่ และเน้นโครงการที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ซึ่งกำลังถูกจับตามองอย่างมากในฐานะ Data Center Hub แห่งใหม่ของอาเซียน ซึ่งสถานการณ์ Data Center ในประเทศไทยมีการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงปี 2025–2026 มีการอนุมัติโครงการ Data Center และ Cloud มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนและความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาลงทุน

ความเคลื่อนไหวนี้สำคัญมาก เนื่องจากหลายสำนักวิจัยคาดว่าตลาด Data Center ไทยจะเติบโตต่อเนื่อง โดยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ในระดับเลขสองหลัก และมูลค่าตลาดอาจเพิ่มขึ้นหลายเท่าภายในปี 2030–2031 จากแรงหนุนของ AI, Cloud และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร

ด้วยจุดแข็งของประเทศไทยที่เป็นทำเลศูนย์กลางอาเซียน ระบบโครงข่ายไฟเบอร์ครอบคลุมอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศเชื่อมต่อหลายเส้นทาง และยังได้รับการส่งเสริมจาก BOI รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าสิงคโปร์ และที่สำคัญคือความต้องการใช้ Cloud และ AI ภายในประเทศเพิ่มขึ้น

Data Center ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือไอทีอีกต่อไป แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจดิจิทัลในยุค AI การแข่งขันของประเทศต่าง ๆ จึงไม่ได้อยู่แค่การดึงดูดบริษัทเทคโนโลยี แต่รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านไฟฟ้า พลังงานสะอาด น้ำ ระบบเครือข่าย และบุคลากร

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในตลาด Data Center ที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน ด้วยการเข้ามาของผู้ให้บริการระดับโลกอย่าง AWS, Microsoft และ Equinix รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐ หากสามารถแก้โจทย์ด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานได้ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลาง AI และ Data Center ที่สำคัญของภูมิภาคในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า

Data Center เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเศรษฐกิจดิจิทัล เช่นเดียวกับที่ท่าเรือ สนามบิน และทางด่วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในอดีต ประเทศที่มี Data Center ขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุน พัฒนา AI สร้างงาน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ AI และ Cloud Computing กำลังกลายเป็นหัวใจของทุกภาคธุรกิจทั่วโลก

ประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องเร่งเครื่องในการสนับสนุน Data Center เพราะโอกาสนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะยกระดับเศรษฐกิจไทย สู่ประเทศที่เป็น Tech Hub และทำให้ประเทศไทยสามารถหลุดกับดักประเทศ "รายได้ปานกลาง" มากกว่า 30 ปีที่ผ่านมา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง