รีเซต

ESTAR ทุ่ม750ล.ลุยซื้อที่ดินปั้นโครงการใหม่3พันล้าน

ESTAR ทุ่ม750ล.ลุยซื้อที่ดินปั้นโครงการใหม่3พันล้าน
ทันหุ้น
9 เมษายน 2569 ( 09:00 )
6

#ESTAR #ทันหุ้น – ESTAR ควักงบ 750 ล้านบาท ช็อปที่แปลงสวย ปูทางต่อยอดเพิ่ม เตรียมเปิดโครงการใหม่ 3 พันล้านบาท เสริมแบ็กล็อกเพิ่ม จากเดิมกว่า 600 ล้านบาท กินยาวถึงไตรมาส 4 นี้ ส่วนปี 2569 ปักเป้ารายได้ทะยาน 10% จากปีก่อน แย้มมีโครงการเรียงคิวบุ๊กเพียบ

นายไพโรจน์  วัฒนวโรดม  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทอร์น สตาร เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR เปิดเผยว่า ในช่วงที่เหลือปี 2569 บริษัทได้วางเงินลงทุนไว้ราว 750 ล้านบาท ในการจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ในส่วนของพื้นที่โซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงในจังหวัดระยอง หลังปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณที่ดินในทำเลต่างๆ ที่มีศักยภาพเริ่มทยอยประกาศขายเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจและรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคตเพิ่ม

@ ผุดโครงการ 3 พันล.

ทั้งนี้ จากข้อมูลยอดขายที่รอโอน (Backlog หรือ “แบ็กล็อก”) ล่าสุดอยู่ที่กว่า 600 ล้านบาท ซึ่งน่าจะสามารถทยอยโอนและรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนช่วงไตรมาส 4/2569 หรือภายในปีนี้ รวมทั้งยังมุ่งพัฒนาโครงการใหม่ต่อเนื่อง เพื่อเสริมรายรับในอนาคต

โดยปีนี้ทาง ESTAR มีแนวทางพัฒนาโครงการใหม่ จำนวน 2 โครงการ  คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3 พันล้านบาท โดยเป็นในส่วนของโครงการแนวราบ ในพื้นที่บ้านฉาง จังหวัดระยอง มูลค่าอยู่ที่ 700 ล้านบาท, คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “STAR VIEW” (โซนนนทบุรี) อีกประมาณ 2.3 พันล้านบาท เพื่อสร้างยอดขายและรายได้กับธุรกิจเพิ่มเติม ตลอดจนยังกลายเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนภาพรวมธุรกิจปีนี้ให้เป็นไปตามที่วางไว้

ด้านทิศทางผลการดำเนินงานปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 10% จากปี 25ก68 หรืออยู่ราว 2.23 พันล้านบาท เพราะธุรกิจมีแบ็กล็อกที่รอรับรู้ค่อนข้างมาก ประกอบกับมีการพัฒนาโครงการใหม่ปีนี้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมโอนในมือ (สต๊อก) ที่จะสร้างรายได้ในช่วงที่เหลือปีนี้เพิ่มเติม

@ กลยุทธ์การบริหารงาน

สำหรับกลยุทธ์การบริหารงานปีนี้ทาง ESTAR ได้มีการปรับกระบวนแนวทางสู่ “Stable First – Read the Game – Prove Performance” เพื่อประคององค์กรให้มั่นคงท่ามกลางความผันผวน โดยประเมินว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น และกำลังซื้อที่อาจอ่อนตัวลงจากภาวะเงินเฟ้อ ฯลฯ เพราะฉะนั้นการดำเนินกลยุทธ์อย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญกับบริษัทในการบริหารจัดการท่ามกลางความเสี่ยงต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคตเพิ่มเติม ซึ่งควบคู่ไปกับการปรับ "วิธีเดินเกม" ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยจะตัดสินใจลงทุนตามสัญญาณตลาดจริง, การเน้น "เงินสด" คือหัวใจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายท่ามกลางความท้าทาย     

นอกจากนี้ยังมีแนวทางรับมือด้านสำคัญต่างๆ ได้แก่ การคุมสภาพคล่อง คือ การเร่งโอนยูนิตพร้อมอยู่และระบายสต๊อก, การเน้นเงินสดจริงมากกว่ายอดขายบนกระดาษ, การรักษามาร์จิ้น โดยการติดตามต้นทุนวัสดุก่อสร้างรายไตรมาสอย่างใกล้ชิด, ปรับพอร์ตสินค้า เพื่อเป็นการเน้นกลุ่มดีมานด์จริง (Real Demand) ทั้งในกรุงเทพฯ และบ้านฉาง ระยอง , การควบคุมเรื่องการชะลอการขยายตัวที่เร็วเกินไป อิงตามคุณภาพดีมานด์และสินเชื่อ, การเพิ่มรายได้ประจำ

** ซื้อที่ดินต่อเนื่อง

“ในปี 2569 ไม่ใช่ปีของการเร่งเครื่องโดยไม่ระวัง แต่เป็นปีของการอ่านเกมให้ขาด ความได้เปรียบในปีนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครเร่งได้มากที่สุด แต่อยู่ที่ใครนิ่งได้ดีที่สุด ใครคุมเงินสดได้ดี และตัดสินใจได้แม่นยำกว่ากัน ตลอดจนยังเดินหน้าซื้อที่ดินต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคต”    นายไพโรจน์ กล่าว

ส่วนแนวโน้มราคาก่อสร้างที่ขยับสูงขึ้นนั้นทาง ESTAR มองไม่น่ามีผลกระทบต่อการดำเนินงาน เพราะบริษัทได้มีการเจรจากับทางซัพพลายเออร์เพื่อขอล็อกราคาไว้ล่วงหน้าแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง