“ไทยช่วยไทย” กระแสแรงช่วย ปชช. ลดค่าครองชีพแล้วกว่า 7.4 ล้านบาท

โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัว โดยผลการดำเนินงานผ่านที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) พบว่าได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างชัดเจน
เปิดสถิติน่าสนใจหลังคิกออฟวันแรก
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมในวงกว้าง ดังนี้:
จำนวนผู้เข้าร่วม: 283,894 คน
เม็ดเงินสะพัด: กว่า 33.7 ล้านบาท
มูลค่าการลดค่าครองชีพ: ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายได้รวมกว่า 7.4 ล้านบาท
เครือข่ายร้านค้า: มีร้านค้าเข้าร่วม 12,491 ร้าน และมีสินค้าวางจำหน่ายกว่า 2.4 แสนชิ้น
เจาะลึกพื้นที่ยอดนิยมและสินค้าขายดี
จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือครองแชมป์การใช้จ่ายสูงสุด ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยังคงเป็นกลุ่มที่ประชาชนเลือกซื้อมากที่สุด
5 จังหวัดที่มีการใช้จ่ายสูงสุด
1.สุรินทร์: 1,192,891 บาท
2. นครราชสีมา: 1,167,683 บาท
3. เชียงใหม่: 1,057,660 บาท
4. ขอนแก่น: 1,056,944 บาท
5. ยะลา: 836,991 บาท
3 อันดับอำเภอที่มียอดซื้อสูงสุด
อำเภอกาบัง จ.ยะลา: 468,956 บาท
อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี: 277,000 บาท
อำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี: 269,870 บาท
กลุ่มสินค้าขายดี: ในกลุ่มห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) สินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ น้ำมันพืช, ไข่ไก่, ผลิตภัณฑ์ซักล้าง และข้าว นอกจากนี้ สินค้า OTOP และสินค้าจาก SMEs ยังมียอดจำหน่ายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
กลไกกระตุ้นเศรษฐกิจจากฐานราก
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าโครงการนี้มีเป้าหมายมากกว่าแค่การขายสินค้าราคาประหยัด แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงผู้ผลิตรายย่อยเข้ากับผู้บริโภคโดยตรง ทำให้เงินหมุนเวียนอยู่ภายในชุมชนอย่างแท้จริง
รัฐบาลยืนยันที่จะเดินหน้าขยายผลโครงการนี้ให้ครอบคลุมและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับประชาชนในระยะยาว และเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะค่าครองชีพในปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
