รีเซต

เช็กเลย! บัวหลวงส่อง 12 หุ้น ใครงบเด่น…ใครมาตามนัด

เช็กเลย! บัวหลวงส่อง 12 หุ้น ใครงบเด่น…ใครมาตามนัด
ทันหุ้น
14 สิงหาคม 2569 ( 12:31 )
10

#ทันหุ้น - บล.บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ วันนี้มีรายงานงบการเงินบจ.ทั้งหมด 12 บริษัท แบ่งเป็น (+) กำไรดีกว่าคาด (Beat) ทั้งหมด 6 บริษัท ได้แก่ PTT AOT ERW PLANB GFPT AMATA (0) กำไรตามคาด (In-line) ทั้งหมด 6 บริษัท ได้แก่ TOP BEM BGRIM BDMS TIDLOR OSP (-) และไม่มีกำไรต่ำกว่าคาด (Missed) โดยมีรายละเอียดดังนี้

**กำไรดีกว่าคาด

(+) PTT รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 5.25 หมื่นล้านบาท (+144% YoY, +104% QoQ) หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 6.31 หมื่นล้านบาท (+278% YoY, +35% QoQ) สูงกว่าที่เราและตลาดคาด จากกำไรธุรกิจก๊าซที่ดีกว่าคาด โดย Gas EBITDA เพิ่ม 85% YoY และ 50% QoQ เป็น 2.47 หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรธุรกิจ E&P, Trading, Refining และ Chemical เพิ่มขึ้นด้วย

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ จากกำไรธุรกิจก๊าซ E&P Refining และ Chemical ที่อ่อนลง QoQ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้น 36% เป็น 1.37 แสนล้านบาท (+52% YoY) และปรับราคาเป้าหมายปี 2027 ขึ้นเป็น 47 บาท จาก 46 บาท คงคำแนะนำซื้อ โดยคาด Dividend yield ราว 5–6%

(+) AOT รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 (เม.ย.–มิ.ย. 2026) ที่ 4.44 พันล้านบาท หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 3.76 พันล้านบาท (+1% YoY, -35% QoQ) สูงกว่าที่เราคาด 6% และตลาดคาด 17% จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ต่ำกว่าคาด โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 2.8% YoY จากรายได้ Non-aero ที่อ่อนตัว ขณะที่รายได้ Aeronautical เพิ่มขึ้น 2.6% YoY หนุนจากค่าธรรมเนียม Landing & Parking และ PSC โดยการปรับ PSC ผู้โดยสารต่างประเทศเป็น 1,120 บาท เริ่มมีผลตั้งแต่ 20 มิ.ย. และรับรู้เพียง 10 วันในไตรมาส

แนวโน้ม 4Q26 คาดกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากรายได้ PSC ที่สูงขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 4% และปี 2027 ขึ้น 2% พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 70 บาท จาก 68 บาท คงคำแนะนำซื้อ และยังเลือก AOT เป็น Top Pick กลุ่มท่องเที่ยว

(+) ERW รายงานกำไรสุทธิและกำไรหลัก 2Q26 ที่ 72 ล้านบาท โดยกำไรหลักเพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 81% QoQ ตามฤดูกาล สูงกว่าที่เราคาดและเป็นไปตามตลาดคาด ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1.82 พันล้านบาท (+4% YoY, -19% QoQ) โดย RevPAR ของโรงแรม Non-HOP INN เพิ่มขึ้น 4% YoY จาก Occupancy rate ที่สูงขึ้น 4% และรายได้ HOP INN เพิ่มขึ้น 9% YoY จากโรงแรมใหม่ที่เปิดในช่วงปีที่ผ่านมา

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY จาก RevPAR ที่สูงขึ้น และทรงตัว QoQ ตามฤดูกาล เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 และ 2027 ขึ้น 4% และ 5% ตามลำดับ พร้อมเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2027 ที่ 4.50 บาท จากเดิม 3.40 บาท คงคำแนะนำซื้อ

(+) GFPT รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 601 ล้านบาท (-6% YoY, +16% QoQ) หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 582 ล้านบาท (-12% YoY, +20% QoQ) สูงกว่าที่เราและตลาดคาด จาก GM ที่ดีกว่าคาด โดยรายได้ลดลง 5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ และ GM เพิ่มเป็น 16.9% จาก 16.7% ใน 2Q25 และ 14.6% ใน 1Q26 ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเหลือ 135 ล้านบาท จาก 197 ล้านบาทใน 2Q25 และ 147 ล้านบาทใน 1Q26

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรลดลง YoY จาก Margin และส่วนแบ่งกำไร McKey และ GFN ที่อ่อนลง แต่เพิ่มขึ้น QoQ จากปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 7% และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 8.60 บาท จาก 8 บาท แต่ยังคงคำแนะนำขาย

(+) PLANB รายงานกำไรสุทธิและกำไรหลัก 2Q26 ที่ 297 ล้านบาท (+10% YoY, -43% QoQ) สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 4–6% จาก GM ที่ดีกว่าคาด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 14% YoY และ 4% QoQ หนุนจากรายได้ OOH เพิ่ม 3% YoY และ 6% QoQ และ Engagement marketing เพิ่ม 72% YoY ขณะที่ GM เพิ่มเป็น 33.4% จาก 32.5% ใน 2Q25 และ 31.3% ใน 1Q26

แนวโน้ม 2H26 คาดกำไรเร่งตัวจาก Asian Games และการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก COM7 โดย 3Q26 คาดรับรู้ราว 10 ล้านบาทสุทธิหลังดอกเบี้ย และ 4Q26 ราว 30 ล้านบาท เรายังคงคำแนะนำซื้อ และราคาเป้าหมาย 6.80 บาท

(+) AMATA รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.58 พันล้านบาท (+1,032% YoY, +15% QoQ) สูงกว่าที่เราคาด 13% และตลาดคาด 16% ขณะที่กำไรหลักอยู่ที่ 1.32 พันล้านบาท (+752% YoY, ทรงตัว QoQ) โดยไตรมาสนี้มีกำไรพิเศษ 366 ล้านบาทจากการขาย Amata Service City Long Thanh 2 พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.60 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend yield 2.1% ขึ้น XD วันที่ 26 ส.ค. รายได้จากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 71% YoY หนุนจากยอดขายที่ดิน โดยรายได้ขายที่ดินเพิ่มขึ้น 131% YoY และ Property GM ขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 66.2% จาก 46.9% ใน 2Q25 และ 57.4% ใน 1Q26

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรเพิ่มขึ้นแรง YoY และทรงตัว QoQ โดยคาดรับรู้กำไรจากการขาย ASCLT2 เพิ่มอีกราว 300 ล้านบาท เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 17% เป็น 4.8 พันล้านบาท (+54% YoY) และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 40 บาท จาก 36.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ

**กำไรตามคาด

(0) TOP รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 8.28 พันล้านบาท (+28% YoY, -57% QoQ) หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 1.60 หมื่นล้านบาท (+378% YoY, +74% QoQ) เป็นไปตามที่เราคาด แต่สูงกว่าตลาดคาด 11% จาก GRM และ Lube base margin ที่เพิ่มขึ้น โดย Market GRM อยู่ที่ US$21.2/bbl จาก US$5.2/bbl ใน 2Q25 และ US$12.6/bbl ใน 1Q26 ขณะที่ Market GIM อยู่ที่ US$23.9/bbl จาก US$7.0/bbl และ US$14.8/bbl ตามลำดับ

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ จาก GRM และ Lube base margin ที่ลดลง โดยกำไรหลัก 6M26 คิดเป็น 56% ของประมาณการ ปี 2026 ที่ 4.50 หมื่นล้านบาท (+321% YoY) ซึ่งเรายังคงตามเดิม คงคำแนะนำขาย ราคาเป้าหมาย 60 บาท

(0) BGRIM รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 676 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาก YoY จากฐานเพียง 7 ล้านบาทใน 2Q25 และทรงตัว QoQ โดยหลักจากกำไร FX ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากหนี้สกุลดอลลาร์ หักรายการ FX และรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 478 ล้านบาท (+1% YoY, -6% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend yield 1.0% ขึ้น XD วันที่ 26 ส.ค. ขณะที่ GM ลดลงเหลือ 16.1% จาก 20.7% ใน 1Q26 จากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มเร็วกว่าการส่งผ่านค่าไฟ

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักอ่อนตัวทั้ง YoY และ QoQ จาก Pool gas price ที่เพิ่มขึ้นเป็น 366.7 บาท/MMBtu กดดัน Spark spread ขณะที่ Nakwol 1 ก่อสร้างแล้ว 90% และยังคาด COD เต็มใน 4Q26 เรายังคงประมาณการกำไรหลักปี 2026 ที่ 1.51 พันล้านบาท (-52% YoY) และปี 2027 ที่ 1.81 พันล้านบาท (+20% YoY) คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 20 บาท

(0) BEM รายงานกำไรสุทธิและกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.01 พันล้านบาท (+2% YoY, +16% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยปริมาณจราจรทางด่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.08 ล้านเที่ยว/วัน ทรงตัว YoY แต่ลดลง 4% QoQ ขณะที่จำนวนผู้โดยสาร MRT เฉลี่ยอยู่ที่ 394,000 เที่ยว/วัน (+2% YoY, -12% QoQ) และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 11% YoY และ 6% QoQ

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณจราจร ผู้โดยสาร MRT และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง แต่ลดลง QoQ จากไม่มีรายได้เงินปันผล โดยกำไร 6M26 คิดเป็น 45% ของประมาณการปี 2026 ที่ 4.20 พันล้านบาท (+11% YoY) ซึ่งเรายังคงตามเดิม คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท

(0) BDMS รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 3.32 พันล้านบาท หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 3.25 พันล้านบาท (-7% YoY, -20% QoQ) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 7% โดยรายได้หลักเพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 4% QoQ ขณะที่ GM ลดลงเหลือ 33.8% จาก 35.1% ใน 2Q25 และ 35.6% ใน 1Q26 จากสัดส่วนผู้ป่วยเคสซับซ้อนที่ลดลง อัตราครองเตียงเหลือ 55% และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 12% YoY

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากฤดูกาลโรคระบาด ฐานผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง และผู้ป่วยเมียนมาที่เติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้เดือน ก.ค. ฟื้นทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ เรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 1.63 หมื่นล้านบาท คงคำแนะนำซื้อ และราคาเป้าหมาย 23 บาท

(0) TIDLOR รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.53 พันล้านบาท (+18% YoY, -5% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยปัจจัยบวกคือการตั้งสำรองที่ต่ำกว่าคาดและ NIM ที่ดีกว่าคาด ขณะที่ OPEX สูงกว่าคาด ทั้งนี้ สินเชื่อเพิ่มขึ้น 6% YoY และ 2% QoQ ขณะที่ NIM อยู่ที่ 16.22% เพิ่มขึ้น 58bps YoY และ 28bps QoQ ส่วน Credit cost อยู่ที่ 2.06% ลดลงจาก 2.63% ใน 2Q25 แต่เพิ่มขึ้นจาก 1.71% ใน 1Q26

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท (+7% YoY, ทรงตัว QoQ) จากสินเชื่อเติบโตและ NIM ที่สูงขึ้น เราคาดกำไรปี 2026 ที่ 5.8 พันล้านบาท (+17% YoY) ทำจุดสูงสุดใหม่ และปี 2027 ที่ 6.5 พันล้านบาท (+12% YoY) คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 24 บาท

(0) OSP รายงานกำไรสุทธิและกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.10 พันล้านบาท (+9% YoY, -5% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยรายได้บนฐานเปรียบเทียบที่ปรับตาม TAS 21 ทรงตัว YoY และลดลง 4% QoQ หนุนจากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในไทยเพิ่มขึ้น 6% YoY และ Personal care เพิ่มขึ้น 8% YoY ขณะที่ยอดขายเครื่องดื่มต่างประเทศลดลง 13% YoY โดยเฉพาะเมียนมา ทั้งนี้ GM เพิ่มเป็น 42.8% จาก 41.9% ใน 2Q25 และ 42.5% ใน 1Q26 จากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น

แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังต่างประเทศที่อ่อนตัว เรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 คำแนะนำซื้อ และราคาเป้าหมาย 20 บาท

(0) AAV รายงานขาดทุนสุทธิ 2Q26 ที่ 2.33 พันล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิทั้ง YoY และ QoQ หักรายการพิเศษจาก FX loss และกำไรจากอนุพันธ์แล้ว ขาดทุนหลักอยู่ที่ 1.79 พันล้านบาท ขาดทุนมากขึ้น YoY และพลิกจากกำไรหลักใน 1Q26 โดยผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาด แต่ขาดทุนน้อยกว่าตลาดคาด 17% ปัจจัยบวกคือค่าโดยสารเฉลี่ยสูงกว่าคาด ขณะที่ปัจจัยลบคือรายการพิเศษสูงกว่าคาด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 2% YoY จากค่าโดยสารเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 27% YoY และ 16% QoQ เป็น 2,127 บาท/คน แม้จำนวนผู้โดยสารลดลง 16% YoY และ 35% QoQ เหลือ 4.0 ล้านคน และ Load factor ลดลงเหลือ 78%

แนวโน้ม 3Q26 คาดผลการดำเนินงานหลักดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากค่าโดยสารเฉลี่ยที่สูงขึ้นและต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง เรายังคงประมาณการขาดทุนสุทธิปี 2026 ที่ 1.23 พันล้านบาท แต่คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 1.40 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง