รีเซต

MOSHI บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 55 บาท

MOSHI บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 55 บาท
ทันหุ้น
24 กุมภาพันธ์ 2569 ( 12:50 )
7

#ทันหุ้น #2026 #SET #MOSHI บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” เป้า 55 บาท

บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 แข็งแกร่งต่อเนื่อง ใกล้เคียงที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์ โดยบริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.8% จากไตรมาสก่อนหน้า จากแรงหนุนของช่วงเทศกาล และเพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปี 2568 อยู่ที่ 670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% จากปีก่อน.

รายได้รวมเพิ่มขึ้น 38% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 11.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากช่วง High Season ของธุรกิจ รวมถึงการขยายสาขาใหม่อีก 14 สาขา ทำให้ ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสาขารวม 196 สาขา เพิ่มขึ้น 39 สาขาจากสิ้นปี 2567.

อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 56.6% จาก 52.8% ในไตรมาส 4/2567 แม้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ +1.5% ลดลงจาก +6% ในไตรมาส 3/2568 และ +15.4% ในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการเปิดตัวสินค้าใหม่รายเดือนประมาณ 2,000 SKU ซึ่งช่วยกระตุ้นทราฟฟิกร้านค้า และสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ในกลุ่มราคาที่เข้าถึงได้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากกิจกรรมทางการตลาด.

แนวโน้มผลการดำเนินงานยังเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดขายสาขาเดิมช่วงไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ประมาณ +8–9% เพิ่มขึ้นจาก +1.5% ในไตรมาส 4/2568 จากแรงหนุนของจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา อีกทั้งบริษัทมีแผนออกสินค้าใหม่ จัดกิจกรรมทางการตลาด และเปิดสาขาใหม่อีกประมาณ 8–9 สาขาในช่วงไตรมาส 1/2569 โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 1/2569 จะอยู่ที่ราว 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ชะลอลงเล็กน้อยหลังผ่านช่วง Peak Season.

สำหรับแนวโน้มกำไรปี 2569–2570 คาดว่าจะยังเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยประเมินกำไรสุทธิเติบโตประมาณ 13% และ 20% ตามลำดับ ปัจจัยหนุนหลักมาจากแผนขยายสาขาใหม่เฉลี่ยปีละ 35–40 สาขา โดยในปี 2569 คาดว่าจะเปิดเพิ่มประมาณ 35 สาขา ภายใต้สมมติฐาน SSSG ที่ 4.5% ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 15–20% และ SSSG เฉลี่ยอยู่ที่ 3–5%.

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 55 บาท อิงวิธี DCF แม้ปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับ 16.9 เท่าของประมาณการ P/E ปี 2569 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกเล็กน้อย แต่ประเมินว่าบริษัทสมควรได้รับพรีเมียมจากการเติบโตของกำไรที่ต่อเนื่อง การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมที่สูงกว่ากลุ่ม และการขยายสาขาอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมี ROE อยู่ที่ 26% ซึ่งสนับสนุนการให้มูลค่าที่สูงกว่าคู่แข่ง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง