เจาะกฎหมายอาชีพสงวน หลังโซเชียลแฉต่างชาติสวมสิทธิ์ขับรถแอปฯ

กระแสตั้งคำถามเมื่อผู้โดยสารพบคนขับสื่อสารภาษาไทยไม่ได้
ประเด็นเรื่องผู้ขับรถผ่านแอปพลิเคชันกลับมาเป็นที่พูดถึงในสังคมออนไลน์อีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ประสบการณ์ของผู้ใช้บริการที่เรียกรถผ่านแอปแล้วพบว่าผู้ขับขี่เป็นชาวต่างชาติและไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก พร้อมคำถามสำคัญเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของผู้ขับขี่ในระบบแพลตฟอร์ม
เพจจบข่าวระบุว่า ขณะนี้มีข้อสงสัยจากประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่พบแรงงานต่างชาติในบทบาทผู้ขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา จึงเกิดการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง
กฎหมายแรงงานไทยกำหนดอาชีพต้องห้ามไว้อย่างไร
ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2561 ได้กำหนดบัญชีงานที่คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้โดยเด็ดขาด โดยหนึ่งในนั้นคือ งานขับขี่ยานยนต์ภายในประเทศ
ข้อกำหนดดังกล่าวหมายความว่า การขับรถรับจ้างหรือให้บริการรับส่งผู้โดยสารภายในประเทศไทยถือเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น ยกเว้นบางกรณีที่ระบุไว้เป็นการเฉพาะ เช่น การขับเครื่องบินระหว่างประเทศ หรือการขับรถยกในภาคอุตสาหกรรม
กฎหมายยังได้กำหนดอาชีพต้องห้ามอื่นอีกหลายประเภท รวมทั้งงานบริการบางด้าน งานหัตถกรรมพื้นบ้าน งานนายหน้า งานมัคคุเทศก์ งานนวดไทย งานเร่ขายสินค้า และงานเลขานุการ เป็นต้น รวมแล้วมีจำนวน 27 งานที่คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้ในประเทศไทย
โทษตามกฎหมายหากฝ่าฝืนอาชีพสงวนคนไทย
หากตรวจพบว่าคนต่างด้าวประกอบอาชีพที่กฎหมายห้ามทำ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท และถูกผลักดันออกนอกประเทศ พร้อมทั้งห้ามขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปี
ในส่วนของผู้จ้างงาน หากมีการรับแรงงานต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือให้ทำงานนอกเหนือจากที่กฎหมายอนุญาต จะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาทต่อแรงงานหนึ่งคน หากมีการกระทำผิดซ้ำอาจถูกจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับสูงสุด 200,000 บาท รวมถึงถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นระยะเวลาหลายปีตามคำพิพากษาของศาล
กฎหมายใหม่จัดระเบียบผู้ขับรถผ่านแอป
เพื่อควบคุมมาตรฐานบริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับขี่ที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสารต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และต้องจดทะเบียนรถเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก
ผู้ขับขี่จะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และต้องนำรถเข้าสู่กระบวนการตรวจสภาพก่อนนำมาใช้ให้บริการ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อจัดระเบียบบริการเรียกรถผ่านแอปที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และทำให้ผู้ขับขี่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เส้นตายจดทะเบียนและการบังคับใช้กฎหมาย
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปจำนวนหลายหมื่นรายที่ลงทะเบียนในระบบตรวจสอบตัวตน แต่ผู้ที่ดำเนินการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายยังมีจำนวนไม่ถึงครึ่งหนึ่ง
ทางการจึงกำหนดเส้นตายให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หากพ้นกำหนดแล้วยังพบการให้บริการโดยไม่ได้จดทะเบียนหรือไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
ผู้ขับขี่ที่ใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสารโดยไม่ได้จดทะเบียนอาจถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาท ขณะที่ผู้ที่ขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะอาจถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
