รีเซต

โบรกคาด Fund Flow ไหลเข้าหุ้นไทย- แรงหนุน 4 ปัจจัยหลักมีอะไรบ้าง เช็กเลย !

โบรกคาด Fund Flow ไหลเข้าหุ้นไทย- แรงหนุน 4 ปัจจัยหลักมีอะไรบ้าง เช็กเลย !
TNN ช่อง16
31 มกราคม 2569 ( 17:22 )
1

ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ย่อตัวลงเล็กน้อยช่วงต้นสัปดาห์ ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยลบจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง  แต่ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นแรงในเวลาต่อมา โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ระดับ 1,344.87 จุดท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หุ้นกลุ่มพลังงานจากอานิสงส์ของราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้น รวมถึงแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ถูกขายในช่วงก่อนหน้านี้

หลังจากนั้น ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์หลังจากเฟดมีมติคงดอกเบี้ยในการประชุมนัดแรกของปี พร้อมส่งสัญญาณไม่รีบลดดอกเบี้ย

นอกจากนี้ รายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มไทยเข้าสู่รายชื่อประเทศที่ต้องจับตาใกล้ชิดด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การปรับตัวลงของดัชนีหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางสัญญาณระมัดระวังของนักลงทุนระหว่างรอติดตามการประกาศผู้ถูกเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่ โดย “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ.นี้จะฟื้นตัวต่อหรือไม่จะมีปัจจัยบวก-ลบอะไรที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สงครามทางการค้า ในวันนี้ TNN Online พาไปไขคำตอบจากกูรูตลาดทุนกันค่ะ

 เริ่มจาก ภราดร เตียรณปราโมทย์" ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส ฉายภาพว่า ในเดือน ม.ค. 69 ประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งที่กดดันค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า หนุนราคาทองคำ +20% และน้ำมัน +14% และเม็ดเงินมีการย้ายมาตลาดหุ้นภูมิภาคเพิ่มขึ้น อาทิ ตลาดหุ้นไต้หวันถูกซื้อสุทธิ 3.4 พันล้านเหรียญ (ดัชนี +10.7%), เกาหลีใต้ 1.9 พันล้านเหรียญ (ดัชนี +23.9%), ฟิลิปปินส์ 126 ล้านเหรียญ (ดัชนี +4.5%) และไทย 168 ล้านเหรียญ (ดัชนี +5.3%)

ส่วนเดือน ก.พ. 69 นักลงทุนอาจกังวลเรื่องความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง ทั้งการเลือกประธาน Fed คนใหม่, เกิด Government Shutdown และศาลฎีกาอาจตัดสินประเด็น Tariff ในเดือนนี้ ทำให้ยังมีโอกาสเห็นความผันผวนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ อยู่ ส่วนในประเทศไทย รอติดตามผลการเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 8 ก.พ. 69, ตัวเลข GDP งวด 4Q68 ที่จะรายงานในวันที่ 16 ก.พ. 69 (คาดเติบโต 1.3%YoY) และการประชุม กนง. วันที่ 25 ก.พ. 69  


กลับมาที่ตลาดหุ้นไทย ในเดือน ก.พ. 69 คาดหวังจะดีขึ้น เนื่องจาก มีความหวังว่า Fund Flow มีโอกาสไหลเข้าเพิ่ม ด้วย 4 ปัจจัยหลั  คือ 1. แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนงวด 4Q68 ที่ทยอยประกาศออกมา มีโอกาสเติบโตดีจากฐานที่ต่ำ 100%YoY อยู่บริเวณ 2.5 – 2.6 แสนล้านบาท

2. มีการประกาศปรับน้ำหนักหุ้นตามดัชนี MSCI ในวันที่ 10 ก.พ. 69 ซึ่งทาง MSCI อาจไม่ได้ลดน้ำหนักหุ้นไทยเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะช่วง 1 – 2 เดือน ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก

 3. เข้าสู่ช่วงเลือกตั้งใหญ่มักเป็น Sentiment ที่ดีต่อตลาดหุ้น ตามสถิติก่อนเลือกตั้ง 1 สัปดาห์หุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9% และยังปรับตัวขึ้นต่ออีก 2.6% หลังเลือกตั้ง 1 เดือน 

4. เข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน 17 ก.พ. 69 หลังจากโปรโมท Amazing Thailand หนุนการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักขึ้น  

ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index แนวรับ 1,290 จุด แนวต้าน 1,340 จุด และแนวต้านถัดไป 1,350 จุด ส่วนหุ้นเด่นประจำเดือน ก.พ. 69 แนะนำ

หุ้นรับกระแสเลือกตั้งการจับจ่ายใช้สอยคึกคักขึ้น

  • CPALL ราคาเป้าหมาย 53.5 บาท
  • COM7 ราคาเป้าหมาย 30.5 บาท 
  • TIDLOR ราคาเป้าหมาย 24 บาท

หุ้นปันผลสูงแนะนำ

  • PTTEP ราคาเป้าหมาย 140 บาท คาดหวังปันผล 6.6% ต่อปี
  • SIRI    ราคาเป้าหมาย 1.72 บาท คาดหวังปันผล 8.8% ต่อปี

ฝั่ง ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์" AISA, CFTe ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.กรุงศรี เล่าว่า ตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ.  “แกว่งในกรอบ”   โดยแรงส่งต้นสัปดาห์อยู่ที่แนวโน้มการแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่ของคุณ Trump หนุน “Easing Cycle” ต่อ และโมเมนตัมท่องเที่ยวเร่ง w-w ต่อเนื่องถึงช่วงตรุษจีน 17 ก.พ. แต่กรอบการปรับขึ้นจำกัด โดยตลาดมีแนวโน้มรอติดตามผลการเลือกตั้งใหญ่ภายใน 8 ก.พ. หุ้นเด่น 1. หุ้นท่องเที่ยว CENTEL, AWC สนามบิน AOT (ตั้งรับ) ภาคบริการ “Deep Value” อาทิ BH

2. หุ้นรับกระแส Election Rally ที่กิจกรรมหาเสียงพุ่งสูงช่วงโค้งสุดท้าย อาทิ ค้าปลีก CPALL เช่าซื้อ MTC 3. หุ้น Yield สหรัฐฯผ่อนคลายรับประธาน Fed ใหม่ที่มีจุดยืนทางผ่อนคลายหนุน อาทิ High Yield : ADVANC, AP,SC หนี้สูง TRUE, MINT โรงไฟฟ้า GULF

 ปัจจัยที่ต้องติดตาม

•  2 ก.พ. PMI ผลิต (ISM) ม.ค. คาด 48.3 จุด  จากเดิมอยู่ที่  47.9 จุด,  PMI บริการ (ISM) คาด 53.3 จุด  จากเดิมอยู่ที่ 54.4 จุด

•  2 ก.พ. RatingDog PMI ภาคผลิต ก.พ.ของจีน คาด 50.0 จุด  จากเดิมอยู่ที่  50.1 จุด

•  3 ก.พ. รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์

•  4 ก.พ. ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตร (ADP) ของสหรัฐฯ 

• 4 ก.พ. RatingDog PMI ภาคบริการ ก.พ. ของจีน  คาด 52.0 จุด เท่าเดือนก่อน

•  5 ก.พ. รายงานฝั่งกระทรวงแรงงาน   อัตราว่างงาน ม.ค. ของสหรัฐฯ คาด 4.4% เท่าเดือนก่อน 

• 5 ก.พ. ประชุม ECB คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.0%

• 5 ก.พ. เงินเฟ้อ CPI ม.ค. ของไทย  จากเดิมอยู่ที่  0.28%y-y  

• 6 ก.พ. CCI ม. มิชิแกน ก.พ. คาด 55.0 จุด จากเดิมอยู่ที่ 56.4 จุด  

•  (*/+) TH Earning 4Q25 : รายงานกำไรงวด 4Q25 ของไทย ฝั่ง Real Sector หุ้นหลัก ที่จะรายงาน คือ ADVANC เราคาดกำไร 4Q25F +35%y-y, +3.4%q-q

•   กระแสการหาเสียงก่อนเลือกตั้งที่คาดเข้มข้นขึ้นในช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่มาก ก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. และการเลือกตั้งใหญ่ 8 ก.พ. 

 

หุ้นเด่นสัปดาห์หน้าแนะนำ

 

•  ADVANC (TP26F-360):   กำไร 4Q25F เด่น+35%y-y, +3.4%q-q และให้ Yield สูง

•  KTC(TP26F-59) :  แรงส่งประธาน Fed ท่านใหม่ค่อนทาง Dovish และ Election Rally

•  CENTEL(TP26F-37.5): แรงส่งนักท่องเที่ยวเร่งขึ้น w-w ทุกสัปดาห์ถึงตรุษจีนกลาง ก.พ.

 

 

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง