AI ดัน Nvidia พุ่งไม่หยุด! รายได้โต 73% กำไรเบิ้ล 2 เท่า ทุบสถิติวอลล์สตรีท

#Nvidia #ทันหุ้น - สำนักข่าว CNBC ได้ระบุว่า Nvidia รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ตามปีงบประมาณเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ถึง 75% ในธุรกิจหลักอย่าง Data Center ส่งผลให้ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นในช่วงการซื้อขายนอกเวลาทำการก่อนจะลดช่วงบวกลงในภายหลัง
นี่คือผลการดำเนินงานของบริษัทเมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย LSEG:
- กำไรต่อหุ้น (EPS): ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ $1.62 (เทียบกับคาดการณ์ $1.53)
- รายได้: 6.813 หมื่นล้านดอลลาร์ (เทียบกับคาดการณ์ 6.621 หมื่นล้านดอลลาร์)
รายได้รวมของ Nvidia ในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้น 73% จาก 3.93 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายกว่า 91% มาจากหน่วยธุรกิจ Data Center ซึ่งเป็นที่ตั้งของชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เป็นผู้นำตลาด
รายได้จากธุรกิจ Data Center อยู่ที่ 6.23 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ สูงกว่าความคาดหมายที่ 6.069 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ StreetAccount ส่วนกำไรสุทธิพุ่งขึ้นเกือบสองเท่าเป็น 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ $1.76 ต่อหุ้น จากเดิม 2.21 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 89 เซนต์ต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
สำหรับการคาดการณ์ในอนาคต (Guidance) ก็ออกมาดีกว่าที่คาดเช่นกัน โดย Nvidia ระบุว่ารายได้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณจะอยู่ที่ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์ (บวกลบ 2%) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 7.26 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ Nvidia ระบุว่าการพยากรณ์ดังกล่าวไม่ได้รวมรายได้ธุรกิจ Data Center จากประเทศจีนเข้าไปด้วย
หุ้นของ Nvidia ยังคงทำผลงานได้ดีกว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Megacap) ทุกแห่งในปีนี้ เนื่องจากบริษัทยังคงเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากกระแส AI โดย ณ ปิดตลาดวันพุธ หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้นแล้ว 5% ในปี 2026 ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.4% ทั้งนี้มีเพียง Apple เท่านั้นในกลุ่มบริษัทมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ที่มีราคาหุ้นเป็นบวกในปีนี้ (เพิ่มขึ้นไม่ถึง 1%)
วอลล์สตรีทได้รับสัญญาณที่ดีก่อนหน้านี้เมื่อบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์ยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 แห่ง (Hyperscalers) ได้แก่ Alphabet, Amazon, Meta และ Microsoft รายงานผลประกอบการเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ซึ่งจากคาดการณ์การใช้จ่ายด้านทุน (Capex) ของพวกเขาและตัวเลขจากนักวิเคราะห์ พบว่ายอด Capex รวมในปีนี้อาจพุ่งสูงถึง 7 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI
ในบทวิเคราะห์จาก CFO ของ Nvidia ระบุว่า กลุ่ม Hyperscalers "ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดของเรา" โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของรายได้ Data Center
ภายในธุรกิจ Data Center นั้น Nvidia รายงานยอดขายชิ้นส่วนอุปกรณ์เครือข่าย (Networking parts) อยู่ที่ 1.098 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งใช้สำหรับเชื่อมต่อหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) นับร้อยตัวเข้าด้วยกัน ยอดขายส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 263% เมื่อเทียบเป็นรายปี สะท้อนถึงการนำเทคโนโลยีเครือข่าย NVLink ของบริษัทมาใช้กันอย่างแพร่หลาย รวมถึงสวิตช์ Ethernet ตระกูล Spectrum-X ที่ได้รับดีลใหม่จากยักษ์ใหญ่อย่าง Meta
ทางด้านหน่วยธุรกิจเกม (Gaming) ซึ่งเคยเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท มีรายได้เติบโต 47% จากปีที่แล้วแตะ 3.7 พันล้านดอลลาร์ แต่ลดลง 13% จากไตรมาสก่อนหน้า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Nvidia อาจงดการเปิดตัว GPU เกมรุ่นใหม่ในปีนี้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ (Memory constraints) บีบให้ผู้ผลิตชิปต้องจัดลำดับความสำคัญให้กับโปรเซสเซอร์ AI ก่อน ซึ่งสำหรับ Nvidia นั่นหมายถึงตัวเร่งความเร็ว AI ที่ขายในระบบระดับแร็ค (Rack-scale) เช่น Grace Blackwell ที่บรรจุ GPU ถึง 72 ตัว
เรื่องหน่วยความจำยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนกังวลเนื่องจากการขาดแคลนทั่วโลก บริษัทคาดว่าข้อจำกัดด้านซัพพลายจะเป็นปัจจัยลบ (Headwind) ต่อธุรกิจเกมของ Nvidia "ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 และหลังจากนั้น" โคเล็ตต์ เครส (Colette Kress) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินเขียนในบทวิเคราะห์ของเธอ
นอกจากนี้ ตลาดยังมีความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นต่อการเปิดตัวระบบระดับแร็ครุ่นถัดไปที่มีชื่อว่า Vera Rubin ซึ่งเป็นรุ่นสืบทอดจาก Grace Blackwell ในช่วงปลายปีนี้ โดยเครสกล่าวในการแถลงผลประกอบการว่า "เราได้ส่งมอบตัวอย่าง Vera Rubin ชุดแรกให้กับลูกค้าเมื่อต้นสัปดาห์นี้ และเรายังคงดำเนินการตามแผนที่จะเริ่มสายการผลิตเพื่อส่งมอบในช่วงครึ่งหลังของปี"
ทั้งนี้ Vera Rubin ถูกคาดหวังว่าจะให้ประสิทธิภาพต่อวัตต์เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานในเวลาที่ Data Center กำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านพลังงานอย่างหนัก
บริษัทยังระบุว่ากำลังขยายห่วงโซ่อุปทานออกไปนอกเอเชีย โดยมุ่งเน้นไปที่สหรัฐฯ และลาตินอเมริกา ปัจจุบัน Nvidia กำลังผลิต Blackwell GPU ที่โรงงานใหม่ของ TSMC ในรัฐแอริโซนา และระบบระดับแร็คบางส่วนถูกประกอบขึ้นที่โรงงานแห่งใหม่ขนาดใหญ่ของ Foxconn ในเม็กซิโก
"ความเคลื่อนไหวเหล่านี้คาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของเรา เพิ่มความยืดหยุ่นและการทำงานทดแทนกันได้ (Redundancy) เพื่อตอบสนองความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้น" Nvidia ระบุในเอกสารรายงานทางการเงิน
ในส่วนของธุรกิจยานยนต์ (Automotive) ซึ่งรวมถึงชิปสำหรับรถยนต์และหุ่นยนต์ Nvidia รายงานยอดขายที่ 604 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 654.8 ล้านดอลลาร์ ส่วนธุรกิจ Professional Visualization รายงานรายได้ 1.32 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 159% และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 755.4 ล้านดอลลาร์
Nvidia ได้ทุ่มเงินลงทุนมหาศาลในแล็บ AI ขนาดใหญ่และบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรม รวมถึงการเข้าถือหุ้นใหญ่ใน Intel โดยบริษัทระบุในรายงานประจำปีว่าได้ลงทุนไปแล้ว 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์ในบริษัทเอกชนและกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในช่วงปีที่ผ่านมา "เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้นเป็นหลัก" อย่างไรก็ตาม Nvidia ยอมรับว่าการลงทุนเหล่านี้ "อาจไม่สร้างกำไรในระยะสั้น หรืออาจไม่กำไรเลย และไม่มีหลักประกันว่าเราจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน"
สุดท้าย เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอ ได้กล่าวกับนักวิเคราะห์เมื่อวันพุธว่า Nvidia ยังคง "ทำงานร่วมกับ OpenAI เพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงพันธมิตรและเชื่อว่าเราใกล้จะสำเร็จแล้ว" ทั้งสองบริษัทได้ประกาศดีลมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ไปเมื่อเดือนกันยายน แต่ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่มีการลงนามขั้นสุดท้าย ซึ่งในรายงานประจำปี Nvidia ก็ย้ำเตือนว่าไม่มีหลักประกันว่า "ธุรกรรมนี้จะเสร็จสมบูรณ์"
ที่มา https://www.cnbc.com/2026/02/25/nvidia-nvda-earnings-report-q4-2026.html
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
