"อนุทิน" ฝากประชาชนเร่งใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" ตั้งใจช่วยลดค่าครองชีพ หวังเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

นายกฯ เผย “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่เหมือนคนละครึ่ง ตั้งใจลดค่าครองชีพ ฝากประชาชนเร่งใช้สิทธิช่วยเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง การลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ระบุว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนให้การตอบสนองต่อโครงการที่รัฐบาลตั้งใจผลักดันออกมา เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้จ่าย และลดภาระค่าครองชีพประชาชน ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญสภาวะการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งไม่ใช่คนละครึ่งเป็น 60/40 น่าจะทำให้กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ลดต้นทุนของประชาชน เสริมสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ซึ่งสิทธินี้ไม่เหมือน “คนละครึ่ง” ที่มีเวลาเพียง 2 เดือน คือพฤศจิกายนและธันวาคมและหมดลงพร้อมวาระของรัฐบาล แต่เมื่อประชาชนให้รัฐบาลของตนได้กลับมาดูแลประชาชนอีก รัฐบาลก็เร่งดำเนินการโครงการนี้ทันที ประกอบกับมีสถานการณ์วุ่นวายในโลก
โดยตนเองได้มอบนโยบายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังไปพิจารณา เพราะตอนหาเสียงเราใช้คำว่าพลัส จึงต้องทำให้เกิดแรงผลักดันมากกว่าเดิม ซึ่งก็กลับมาด้วยโมเดลคำว่า “ไทยช่วยไทยพลัส” เพราะคิดคำจำกัดความ 60/40 ไม่ออกว่า จะทำอย่างไรให้คนเข้าใจ ไม่เหมือนคนละครึ่ง แต่ช่วงเวลาของโครงการก็ขยายเป็น 4 เดือน เดือนละ 1,000 บาท
นายกรัฐมนตรี แนะนำให้ประชาชนใช้ทุกเดือน เพราะรัฐบาลให้สิทธิถึง 30 ล้านคน หากไม่ใช้แล้วสะสมไม่ได้ ถ้าทุกคนบอกว่าไม่ใช้เลย 3 เดือน อยากใช้ 4,000 บาทในเดือนสุดท้าย หากพูดภาษาชาวบ้านคือ รัฐบาลหมุนเงินไม่ทัน จึงต้องฝากให้ช่วยกันจับจ่ายใช้สอย เพราะนี่ไม่ใช่โครงการแจกเงิน แต่เป็นโครงการร่วมกัน หากประชาชนไม่ใช้รัฐบาลก็ไม่ต้องเสีย ดังนั้นถ้าใช้ก็จะเกิดแรงบวกสองเด้ง ประชาชนใช้ รัฐบาลสมทบ ซึ่งด้วยวงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท ที่จะเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ ช่วยให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่าย
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ผมก็รอถึงต้นเดือนมิถุนายนที่เราจะเริ่มโครงการนี้ด้วยความกระวนกระวาย อยากเห็นการใช้จ่ายเงินพวกนี้เข้าในระบบให้เร็วที่สุด”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
