“อนุทิน” ยอมรับผลสำรวจคะแนนลดลง เป็นกระจกสะท้อนการทำงานต้องแก้ไขให้ดี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวชี้แจงถึงกรณี ตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นั่งประธานคณะกรรมการสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 พร้อมให้รายงานผลทุก 10 วัน ขีดเส้น 30 วันต้องมีความชัดเจนว่า ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี ตนเองได้ลงนามแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาโดยให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็เข้ามารายงาน ส่วนตัว เพราะต้องแยกย่อยความผิด ซึ่งแต่ละความผิดก็มีหน่วยงานเข้าไปเกี่ยวข้อง และไปดําเนินการเพื่อสอบสวนหาเท็จจริง ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้ทำตามขอบเขตหน้าที่ของตนเองคู่ขนานกันไป แต่สุดท้ายข้อมูลทั้งหมด ก็จะมารวมอยู่ที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจะมีข้อมูลที่แน่นขึ้น และเป็นการสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีวิ่งเต้นหรือชวนเหลือกัน เพราะมีหน่วยงานที่มีอํานาจในการป้องปรามและดําเนินคดี มาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ ส่วนข้อมูลการรายงานผลการทุจริตที่มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง ได้ตีตราว่าเป็นชั้นความลับมาก ดังนั้นตนเองต้องรักษาความลับไว้ ซึ่งสามารถบอกเพียงว่า มีการตั้งคณะกรรมการเท่านั้น เพื่อให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว เกิดความโปร่งใส
ล่าสุด ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีการเข้ามารายงานว่า เซ็นคำสั่ง สอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปแล้ว พร้อมยํ้าว่าการตั้งคณะกรรมการที่มีนายปกรณ์เข้ามาดูแล เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหิมเกริม มีความอุกอาจและเป็นที่สนใจของสังคม จึงต้องมีคนคอยกํากับดูแลข้อมูลอีกด้านนึง ซึ่งประกอบไปด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่สําคัญ
ส่วนให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าทุกอย่างมีขั้นตอน บางคนเรียกมาให้ขาดจากตําแหน่งเดิม หรือมาช่วยราชการ ซึ่งตอนนี้ต้องยึดหลักกฏหมาย ตามหลักฐานที่มีอยู่ จุดไหนที่มีความชัดเจน ก็จะดําเนินการอย่างเด็ดขาดได้ แต่ยังต้องสืบสวนสอบสวนหาพยานเพิ่มเติม ก็ต้องดําเนินการต่อไป ซึ่งทุกอย่างจะดำเนินการแนวขนานกันไป และขับเคลื่อนทุกหน่วยงาน ซึ่งโดยธรรมชาติจะมีการแข่งขันกันเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และยํ้าว่าผลการสอบสวน หากออกมาเช่นไร ก็ต้องดําเนินการทางกฎหมาย เนื่องจากมีการจ่ายสินบนและค่าตอบแทนจนได้รับตําแหน่ง มีสารตั้งต้นว่ามีการทุจริตและนำไปสู่การสืบสวนสอบสวน เป็นไปตามขั้นตอนทุกรูปคดี ซึ่งก็ต้องยอมรับกฏหมาย ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นกฏหมู่ซึ่งจะทําให้เกิดปัญหาทําตามอําเภอใจ
ดังนั้นจะต้องทําตามกฏหมายให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จะดําเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรง ขณะเดียวกันยํ้าว่า กรอบการดำเนินการทํางานทุกอย่างดีอยู่แล้ว แต่ก็มีคนเข้าไปแหกกรอบ จนทำให้เกิดฝีแตก ซึ่งการสอบสวนก็เร่งตามระยะเวลาที่ได้กำหนด เชื่อว่าจะไม่นาน เพราะหลายคนติดตามเรื่องนี้อยู่ ดังนั้นไม่ต้องมีอะไรกังวลให้ทุกคนทำเต็มที่ ในฐานะรัฐบาล ก็พร้อมที่จะช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ทุกรูปแบบ โดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมของใครทั้งนั้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผลสำรวจที่คะแนนตนเองลดลง ว่า ผลสำรวจก็เหมือนกระจกส่องตนเอง และวันนี้ต้องขอบคุณผู้จัดทําผลสำรวจที่สะท้อนออกมา โดยจะต้องรับฟังจากที่เคยชื่นชอบ กลับลดลง ก็ต้องมาแก้ไขปัญหา จากเดิมตัวเองเคยมีคะแนนอยู่ที่ร้อยละ 2 และขึ้นมา ดังนั้นก็ต้องเร่งแก้ไข ยอมรับว่าผลสํารวจที่หายไป อาจจะเกิดจากการสื่อสารไม่เต็มที่ อาจจะคิดว่าประชาชนไม่ถือสาหาความ ก็ไม่ได้มีการสื่อสารออกไป วันนี้จึงได้มีการเตือนไปหลายคน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
