รีเซต

จับตาซูเปอร์ไต้ฝุ่น “บาหวี่” หนึ่งในพายุรุนแรงที่สุดของปี 69 จ่อถล่ม “เกาะกวม” เตือนคลื่นยักษ์ 10 ม.

จับตาซูเปอร์ไต้ฝุ่น “บาหวี่” หนึ่งในพายุรุนแรงที่สุดของปี 69  จ่อถล่ม “เกาะกวม” เตือนคลื่นยักษ์ 10 ม.
TNN ช่อง16
6 กรกฎาคม 2569 ( 10:30 )
354

ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บาหวี่" (Bavi) หรือพายุลูกที่ 9 ในฤดูกาลไต้ฝุ่นแปซิฟิก กลับมาทวีกำลังรุนแรงขึ้นอีกครั้งจนอยู่ในระดับ ซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 หลังโครงสร้างกำแพงตาพายุ (Eyewall) กลับมาสมบูรณ์ โดยศูนย์เตือนภัยพายุหมุนเขตร้อนฟิลิปปินส์รายงานว่า พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 285 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (155 นอต) จัดเป็นหนึ่งในพายุที่ทรงพลังที่สุดของปีนี้

ล่าสุดพายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางด้านตะวันตกค่อนไปทางเหนือด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะยังคงรักษาความรุนแรงในระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่นต่อไปอย่างน้อยอีก 24 ชั่วโมง แม้อาจมีการเปลี่ยนแปลงของความแรงจากวัฏจักรภายในตัวพายุ

ทางการสหรัฐอเมริกาได้ประกาศยกระดับมาตรการฉุกเฉินขั้นสูงสุด พร้อมออกคำสั่งอพยพประชาชนเป็นการด่วน เนื่องจาก “บาหวี่” กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ดินแดนของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ครอบคลุมพื้นที่ที่มีประชากรรวมกันกว่า 210,000 คน ในสองพื้นที่หลัก ได้แก่ เกาะกวม ที่มีประชากรราว 170,000 คน และ หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ที่มีประชากรราว 40,000 คน ซึ่งอยู่ในเส้นทางผ่านของพายุโดยตรง

ขณะนี้ทางการเกาะกวมได้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินตามสถานศึกษาต่าง ๆ จำนวน 5 แห่ง รองรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้ประมาณ 1,900 คน พร้อมประกาศเตือนว่า เวลาสำหรับการอพยพกำลังจะสิ้นสุดลง และขอให้ประชาชนเข้าสู่ที่ปลอดภัยทันที เนื่องจากสภาพอากาศภายนอกเริ่มเป็นอันตราย

สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) ระบุว่า บาหวี่เป็นพายุที่มีความอันตรายร้ายแรงที่สุดลูกหนึ่ง โดยมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางราว 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงสูงสุดอาจแตะ 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือปรากฏการณ์ “Storm Surge” หรือคลื่นซัดฝั่ง โดยคาดว่าคลื่นทะเลอาจสูงถึง 10.7 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 10 ชั้น ซัดเข้าถล่มพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ รวมถึงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนที่ตกหนักสะสม รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า บนเกาะกวมเริ่มมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงพัดต่อเนื่อง ท้องถนนหลายสายแทบไม่มีรถยนต์สัญจรแล้ว

สำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินกลางของสหรัฐฯ (FEMA) ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ล่วงหน้า พร้อมจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์จำนวนมาก ได้แก่ น้ำดื่มกว่า 1.1 ล้านลิตร อาหารพร้อมรับประทาน 1.2 ล้านมื้อ เตียงสนาม 6,700 เตียง รวมถึงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง 90 เครื่อง เพื่อเตรียมฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคทันทีหลังพายุผ่าน เนื่องจากภูมิภาคนี้เพิ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุ “ซินลากู” เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง อาคารเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า หลังเคลื่อนผ่านหมู่เกาะมาเรียนา พายุ “บาหวี่” จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลฟิลิปปินส์ ก่อนค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางไปทางตะวันตกเฉียงเหนือในช่วงกลางสัปดาห์ และอาจเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างช้า ๆ ตั้งแต่วันพุธ เนื่องจากลมเฉือนในระดับสูงเพิ่มขึ้น รวมถึงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม แบบจำลองยังประเมินว่า บาหวี่จะยังคงเป็น พายุไต้ฝุ่นกำลังรุนแรง ต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 5 วัน และอาจเริ่มส่งผลกระทบต่อ ชายฝั่งด้านตะวันออกของไต้หวัน รวมถึง หมู่เกาะยาเอยามะของญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้ไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพอากาศของประเทศไทย แต่ใครที่จะเดินทางไปไต้หวันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศและเที่ยวบินก่อนการเดินทาง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง