รีเซต

กระทรวงอุตฯ เล็งโละรถเก่าทั่วประเทศกว่า 5 ล้านคัน เอาเหล็กกลับมาใช้ใหม่ ลดนำเข้า-แก้ฝุ่น PM 2.5

กระทรวงอุตฯ เล็งโละรถเก่าทั่วประเทศกว่า 5 ล้านคัน เอาเหล็กกลับมาใช้ใหม่ ลดนำเข้า-แก้ฝุ่น PM 2.5
ข่าวสด
26 มีนาคม 2565 ( 15:35 )
20
กระทรวงอุตฯ เล็งโละรถเก่าทั่วประเทศกว่า 5 ล้านคัน เอาเหล็กกลับมาใช้ใหม่ ลดนำเข้า-แก้ฝุ่น PM 2.5

กระทรวงอุตฯเล็งโละรถเก่า - นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่ากระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบการรีไซเคิลทั้งในประเทศและในภูมิภาคเอเชียในอนาคต ตามความลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) โครงการสาธิต สำหรับการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนที่คำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงานเพื่อการรีไซเคิลทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมสำหรับซากยานพาหนะที่หมดอายุใช้งานในประเทศไทย (ELV Project: End-of-life Vehicles in Thailand) ที่ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และ องค์การพัฒนาพลังงานใหม่ และเทคโนโลยี อุตสาหกรรม หรือ NEDO เพื่อสร้างระบบหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพจากซากรถยนต์ที่ใช้แล้วในประเทศไทย

โดยมีการกำหนดข้อปฏิบัติตามคู่มือมาตรฐานการทำงาน (คู่มือการแยกชิ้นส่วน) แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับการถอดแยกซากรถยนต์ เพื่อเสนอแนวทางการจัดการ เพื่อสร้าง แรงจูงใจให้ผู้ที่มีรถยนต์เก่า นำรถยนต์มาทำลายอย่างถูกวิธี พร้อมทั้งกระตุ้นให้มีการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจด้วยการซื้อรถยนต์ใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นำไปสู่การเกิดระบบจัดการซากรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพเป็นรูปธรรมในประเทศไทยต่อไป

นายวันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า จากสถิติจำนวนรถจำแนกตามอายุรถทั่วประเทศ กรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 31 ม.ค. 2565 ประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปีทุกประเภท รวมทั้งสิ้น 5,033,307 คัน หากรีไซเคิลซากรถทั้ง 5 ล้านคัน จะได้เหล็กประมาณ 6.55 ล้านตัน และคาดว่าในระยะ 20 ปีข้างหน้าจำนวนรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 20 ปี จะเพิ่มเป็น 16 ล้านคัน ซึ่งรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน และขาดการบำรุงรักษาตามมาตรฐานเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) การนำไปรีไซเคิลจึงมีความจำเป็น

“กรอ. พยายามผลักดันให้ธุรกิจแยกชิ้นส่วนขยายตัว เพื่อลดปริมาณการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ และเป็นการนำทรัพยากรจากการแยกซากรถมาหมุนเวียนให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม เช่น ยาง พลาสติก โลหะมีค่าสกัดได้จากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และโลหะที่เป็นเหล็ก ซึ่งในรถยนต์ 1 คันมีสัดส่วนเหล็กมากถึง 69% คิดเป็นมูลค่ากว่า 30,000 บาทต่อคัน ขณะที่ไทยมีความต้องการเหล็ก 19 ล้านตันต่อปี เป็นการนำเข้า 12 ล้านตัน และผลิตเอง 7 ล้านตัน”

ปัจจุบันไทยมีโรงงานถอดแยกชิ้นส่วนรถยนต์ แบบครบวงจรอยู่เพียง 2 แห่ง คือ บริษัท ฮีดากาโยโก เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด จังหวัดชลบุรี และบริษัท วงษ์พาณิชย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินงานตั้งแต่การรวบรวมรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งาน การรื้อชิ้นส่วนยานพาหนะ กำจัดของเสียที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะ ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง