"เที่ยวญี่ปุ่น" สะดุดแรง! นักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัวครั้งแรกในรอบปี คนจีนหายวูบเกินครึ่ง

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นเริ่มสะดุด ต่างชาติลดลงครั้งแรกในรอบปี
ภาพจำของญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือหนึ่งในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวโลกมากที่สุด หลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบและได้รับแรงหนุนจากค่าเงินเยนอ่อนค่า ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากมองว่าญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าทั้งด้านที่พัก อาหาร และการจับจ่ายสินค้า แต่ล่าสุด สัญญาณชะลอตัวเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) เปิดเผยว่า ในเดือนเมษายน 2569 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศรวม 3.69 ล้านคน ลดลง 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบปี แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต และยังเป็นยอดนักท่องเที่ยวรายเดือนที่สูงที่สุดของปีนี้ก็ตาม
ตัวเลขดังกล่าวจึงถูกจับตามองอย่างมากจากภาคธุรกิจ นักลงทุน และรัฐบาลญี่ปุ่น เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจไม่กี่ตัวที่ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ การบริโภคภายในประเทศที่อ่อนแอ และค่าแรงแท้จริงของประชาชนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
เบื้องหลังการชะลอตัวครั้งนี้ มีแรงกดดันสำคัญอยู่ 2 ด้าน คือ วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับจีน
สงครามตะวันออกกลาง ลามกระทบการท่องเที่ยวเอเชีย
แม้สงครามจะเกิดขึ้นห่างไกลจากญี่ปุ่นหลายพันกิโลเมตร แต่ผลกระทบกลับส่งผ่านมายังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างชัดเจน
JNTO ระบุว่า นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางในเดือนเมษายนลดลงถึง 21.4% เหลือเพียง 22,300 คน
ขณะเดียวกัน สายการบินจำนวนมากจากยุโรปต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินเพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าในพื้นที่ความขัดแย้ง ส่งผลให้ระยะเวลาเดินทางยาวนานขึ้น ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น และบางสายการบินต้องลดความถี่เที่ยวบินลง
ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้โดยสารจากตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการเดินทางระหว่างยุโรปกับเอเชียโดยรวม
นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Economics มองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์" กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในอดีต การท่องเที่ยวมักได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โรคระบาด หรือภัยธรรมชาติเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน ความขัดแย้งทางการเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศ กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับประเทศอย่างญี่ปุ่น ซึ่งพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติในระดับสูง ความเสี่ยงเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้
จีนหายไปกว่าครึ่ง แรงกระแทกใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
หากสงครามตะวันออกกลางเป็นแรงกดดันภายนอก ปัจจัยที่สร้างแรงสั่นสะเทือนโดยตรงมากที่สุดในเวลานี้ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นตลาดหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวญี่ปุ่น ทั้งในแง่จำนวนและมูลค่าการใช้จ่าย
แต่ข้อมูลล่าสุดจาก JNTO ระบุว่า นักท่องเที่ยวจีนในเดือนเมษายนลดลงถึง 56.8% เหลือเพียง 330,700 คน
ถือเป็นการปรับตัวลดลงรุนแรงที่สุดในบรรดาตลาดหลักทั้งหมดของญี่ปุ่น
ตัวเลขดังกล่าวสร้างความกังวลอย่างมาก เพราะจีนเคยเป็นประเทศที่ส่งนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ มาโดยตลอด
รายงานจากสำนักข่าวเกียวโดระบุว่า รัฐบาลจีนได้ออกคำเตือนให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเดินทางไปญี่ปุ่น หลังความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเผชิญความตึงเครียดจากประเด็นด้านความมั่นคงและสถานการณ์ไต้หวัน
ชนวนสำคัญเกิดจากถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่มีการกล่าวถึงประเด็นไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าเป็นการแทรกแซงเรื่องอธิปไตย
หลังจากนั้น ทางการจีนได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางไปญี่ปุ่น ขณะที่บริษัททัวร์ออนไลน์หลายแห่งในจีนเริ่มลดการประชาสัมพันธ์และการขายแพ็กเกจท่องเที่ยวญี่ปุ่น
แม้จะยังไม่มีมาตรการห้ามเดินทางโดยตรง แต่สัญญาณเหล่านี้ก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนอย่างเห็นได้ชัด
ทำไมการหายไปของคนจีนจึงเป็นเรื่องใหญ่?
หลายคนอาจมองว่า หากนักท่องเที่ยวจากประเทศหนึ่งลดลง ญี่ปุ่นก็ยังสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นเข้ามาทดแทนได้
แต่ในความเป็นจริง นักท่องเที่ยวจีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นมากกว่าตัวเลขจำนวนคน
ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวจีนสร้างรายได้ให้ญี่ปุ่นมากกว่า 1.7 ล้านล้านเยนต่อปี
กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนมีชื่อเสียงในเรื่องกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะการซื้อสินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าปลอดภาษี
เมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างโตเกียว โอซาก้า และฟุกุโอกะ ต่างมีธุรกิจจำนวนมากที่พึ่งพากำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวจีน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลอดภาษี โรงแรม หรือร้านอาหาร
ดังนั้น เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างรวดเร็ว ผลกระทบจึงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภาคการท่องเที่ยว แต่ยังส่งต่อไปยังภาคค้าปลีก การบริการ การจ้างงาน และเศรษฐกิจท้องถิ่นในหลายพื้นที่
กล่าวได้ว่า การหายไปของนักท่องเที่ยวจีนเปรียบเสมือนการดึงหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่นออกไปชั่วคราว
เกาหลีใต้และไต้หวันยังโตแรง ช่วยพยุงภาพรวม
แม้ตัวเลขรวมจะลดลง แต่หากพิจารณารายประเทศ จะพบว่ายังมีหลายตลาดที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
เกาหลีใต้ขึ้นมาเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ด้วยจำนวน 878,600 คน เพิ่มขึ้น 21.7% จากปีก่อน
ส่วนไต้หวันอยู่ในอันดับสองที่ 643,500 คน เพิ่มขึ้น 19.7%
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา เวียดนาม ออสเตรเลีย และหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังทำสถิติสูงสุดใหม่ในเดือนเมษายน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า มีถึง 9 ตลาดหลักที่สร้างสถิติใหม่ แม้ว่าภาพรวมทั้งระบบจะชะลอตัวก็ตาม
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ญี่ปุ่นยังคงมีเสน่ห์และความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่คำถามสำคัญคือ ตลาดเหล่านี้จะสามารถทดแทนกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวจีนได้มากเพียงใด
เพราะแม้จำนวนคนอาจใกล้เคียงกัน แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
บทเรียนสำคัญ เมื่อพึ่งพาตลาดเดียวมากเกินไป
เหตุการณ์ครั้งนี้กำลังกลายเป็นบทเรียนสำคัญของญี่ปุ่น
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากการเติบโตของชนชั้นกลางจีน และการเดินทางออกนอกประเทศของชาวจีนจำนวนมหาศาล
แต่เมื่อความสัมพันธ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลง ความเสี่ยงที่เคยมองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นทันที
ญี่ปุ่นจึงเริ่มเร่งกระจายความเสี่ยงมากขึ้น โดยหันไปทำตลาดในอาเซียน อินเดีย ตะวันออกกลาง และตลาดใหม่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลญี่ปุ่นยังเดินหน้านโยบายผ่อนคลายวีซ่า เพิ่มเที่ยวบินตรง และส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรอง เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวออกจากเมืองใหญ่
แม้เดือนเมษายนจะเป็นเดือนแรกที่ยอดนักท่องเที่ยวติดลบ แต่รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงยืนยันเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 60 ล้านคนต่อปีภายในทศวรรษหน้า
การท่องเที่ยวยังเป็นความหวังสำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
เหตุผลที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับภาคการท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจภายในประเทศยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน
ค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน ขณะที่ค่าแรงแท้จริงยังอยู่ในระดับอ่อนแอ
ในอีกด้านหนึ่ง ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาประชากรลดลงและสังคมสูงวัย ซึ่งทำให้การบริโภคภายในประเทศเติบโตได้ยากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติจึงกลายเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ
ข้อมูลจากรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 สูงกว่า 8 ล้านล้านเยน ทำสถิติสูงสุดใหม่ และมีบทบาทใกล้เคียงกับภาคการส่งออกในหลายอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะในเมืองท้องถิ่นที่กำลังเผชิญภาวะประชากรลดลง การเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วยสร้างรายได้ให้กับโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน และธุรกิจบริการจำนวนมาก
ดังนั้น หากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติยืดเยื้อออกไป ผลกระทบอาจขยายวงกว้างกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด
คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ ญี่ปุ่นจะสามารถกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดจีนได้เร็วเพียงใด เพราะในวันที่เศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่แข็งแรงมากพอ การท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเป็นหนึ่งในความหวังสำคัญของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
