รีเซต

อินเดีย-บราซิล ลงนามข้อตกลง “แร่สำคัญ” และ “แร่หายาก”

อินเดีย-บราซิล ลงนามข้อตกลง “แร่สำคัญ” และ “แร่หายาก”
TNN ช่อง16
22 กุมภาพันธ์ 2569 ( 11:54 )
7

อินเดียและบราซิลได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้าน “แร่สำคัญ” (critical minerals) และ “แร่หายาก” (rare earths) เพื่อกระจายแหล่งจัดหาและลดการพึ่งพาจีน ท่ามกลางการแข่งขันด้านห่วงโซ่อุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระดับโลก

การลงนามมีขึ้นระหว่างการพบหารือที่กรุงนิวเดลีของประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล กับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โมดีระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็น “ก้าวสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและมั่นคง” ขณะที่ลูลากล่าวว่า การเพิ่มการลงทุนและความร่วมมือด้านพลังงานหมุนเวียนและแร่สำคัญ คือหัวใจของข้อตกลงเชิงบุกเบิกฉบับนี้

ก่อนหน้านี้จีนครองความได้เปรียบอย่างมากในการทำเหมืองและแปรรูปแร่หายากและแร่สำคัญของโลก และได้เพิ่มอิทธิพลด้านการส่งออกในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ พยายามลดการพึ่งพาจีนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เหล่านี้

บราซิลซึ่งถือครองแหล่งแร่สำคัญมากเป็นอันดับสองของโลก รองจากจีน มีทรัพยากรที่ใช้ในอุตสาหกรรมสำคัญหลากหลาย ตั้งแต่

รถยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ สมาร์ตโฟน เครื่องยนต์ไอพ่น ไปจนถึงระบบอาวุธนำวิถี แม้รายละเอียดเชิงลึกของข้อตกลงยังไม่ถูกเปิดเผยมากนัก แต่ความต้องการแร่เหล็กในอินเดียเพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานและภาคอุตสาหกรรม โดยบราซิลเป็นผู้ผลิตและส่งออกแร่เหล็กรายใหญ่อันดับสองของโลก รองจากออสเตรเลีย

ริชาบห์ เจน ผู้เชี่ยวชาญจากสภาวิจัยด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และน้ำ ในกรุงนิวเดลี กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า ความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นของอินเดียกับบราซิลในด้านแร่ธาตุสำคัญนั้น เป็นผลมาจากการที่อินเดียได้ร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และสหภาพยุโรปในห่วงโซ่อุปทานเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมชี้ว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (Global South) มีบทบาทสำคัญต่อการเข้าถึงทรัพยากรอย่างหลากหลายและการกำหนดกติกาการค้าโลกยุคใหม่

นอกเหนือจากข้อตกลงด้านแร่สำคัญ ทั้งสองประเทศยังลงนามในข้อตกลงอื่นรวม 9 ฉบับ ครอบคลุมตั้งแต่ความร่วมมือด้านดิจิทัลไปจนถึงสาธารณสุข โมดีกล่าวว่า บราซิลเป็น “คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินเดียในลาตินอเมริกา” และตั้งเป้าจะผลักดันมูลค่าการค้าทวิภาคีให้เกิน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 6.22 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า

ข้อมูลจาก Observatory of Economic Complexity (OEC) ระบุว่า ในปี 2024 อินเดียส่งออกสินค้าไปบราซิลมูลค่า 7,230 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 2.24 แสนล้านบาท โดยมีผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปเป็นสินค้าหลัก ขณะที่บราซิลส่งออกไปอินเดียมูลค่า 5,380 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 1.67 แสนล้านบาท โดยมีน้ำตาลดิบเป็นสินค้าหลัก

ข้อตกลงครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนความพยายามกระจายความเสี่ยงด้านทรัพยากรยุทธศาสตร์เท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทของสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกกำลังพัฒนา ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง