“เอกนิติ”ชู Bangkok Blueprint เชื่อมการเงินโลก ปราบสแกมเมอร์ เวที IMF-World Bank 2026

#ทันหุ้น “เอกนิติ”เผยไทยเตรียมนำเสนอ Bangkok Blue print เชื่อมโยงการเงินโลกในเวทีประชุม IMF-WorldBank 2026 เพื่อร่วมปราบปรามสแกมเมอร์ พร้อมชูนโยบายดึงลงทุนต่างชาติดันเศรษฐกิจ ยกระดับแรงงาน-หนุน SMEs เข้าห่วงโซ่ซัพพลายเชน เชื่อดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3%
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าในการประชุม IMF -World Bank 2026 เป็นวันที่สามนั้น ไทยเตรียมทีาจะเสนอ Bangkok blue print หรือ พิมพ์เขียวกรุงเทพ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะนำบทเรียนที่ประเทศไทยเราเก่งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐายด้านดิจิทัลในการปราบปรามสแกมเมอร์และปราบปรามบัญชีม้า จนได้ลดลงมาอย่างมากมาย
“วันนี้เราได้ทำงานร่วมกับ IMF และก็จะนำเสนอเรื่อง Bangkok Blueprint ในวันพรุ่งนี้(14) ซึ่งอันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะไม่ได้แค่เชื่อมโยงหน่วยงานไทย หรือที่เรียกว่า Connect the Dots ซึ่งเชื่อมโยงทั้งปปง. ก.ล.ต. ธนาคารชาติ ตำรวจในการปราบปรามคนมาหลอกลวงประชาชน วันนี้เราจะไปเชื่อมโยงโลกด้วย เพราะว่าการหลอกลวงประชาชนไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นทั่วโลกเพราะฉะนั้นวันนี้การเงินของโลกต้องเชื่อมโยงกัน เพื่อให้คนใช้ดิจิทัลในทางการเงินได้ปลอดภัย แล้วก็เพื่อปราบปรามคนที่หลอกลวงประชาชน การเชื่อมโยงเรื่องการแก้ไขเรื่องสแกมเมอร์”
“ การเชื่อมโยงการเงินโลกสามารถทำได้หลายจุดโดยใช้ระบบดิจิทัล
ซึ่งปัจจุบันไทยมีระบบพร้อมเพย์,การทำกำกับเกณฑ์กติกาต่างๆ ,การเชื่อมโยง Conect the dots และมาตรฐานโลกของ กลต.ในการป้องกัน Hacker ที่ใช้ช่องว่างในเรื่อง digital access โดยไทยจะใช้กติกาโลก ในการทำ travel rules คือ การต้องรายงานกับหน่วยงานกำกับดูแล นี่ก็เป็นตัวอย่างนะครับ ก็จะเป็นอีกหลายตัวอย่างที่ประเทศไทยจะนำเสนอในเวทีโลก”
ต่อประเด็นที่ IMFได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 2.1% นายเอกนิติ กล่าวว่า การที่ IMF ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยขึ้นมาที่ 2.1% ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังสามารถผลักดันให้เติบโตได้ดีกว่านี้ โดยรัฐบาลมีแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบ Investment-Led Growth เน้นการนำเรื่องการลงทุนมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักเพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศ
ขณะเดียวกัน เราจะเร่งยกระดับทักษะและรายได้คนไทย โดยการลงทุนจากต่างชาติต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะและความสามารถของแรงงานไทยให้มีรายได้ดีขึ้น
ดึง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain)นำผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในกระบวนการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น AI, เกษตรสมัยใหม่และการผลิตอาหาร, และการให้บริการทางการแพทย์
“เป้าหมายความร่วมมือภาครัฐและเอกชนนั้น ภาครัฐและเอกชนตั้งเป้าหมายการเติบโตไกลกว่าเดิมโดยร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% หรือที่เรียกว่า 3% Plus”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
