รีเซต

สปสช.เพิ่มยารักษามะเร็งเต้านมระยะลุกลามสิทธิบัตรทอง 30 บาท

สปสช.เพิ่มยารักษามะเร็งเต้านมระยะลุกลามสิทธิบัตรทอง 30 บาท
TNN ช่อง16
13 พฤศจิกายน 2566 ( 08:47 )
42
สปสช.เพิ่มยารักษามะเร็งเต้านมระยะลุกลามสิทธิบัตรทอง 30 บาท

วันนี้ ( 13 พ.ย. 66 ) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ได้มีมติชอบเห็นชอบให้เพิ่มเติมรายการ ยาไรโบไซคลิบ (Ribociclib) เข้าไปอยู่ในแผนจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จําเป็นตามโครงการพิเศษ เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ซึ่งจะเป็นการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามให้เข้าถึงการรักษาเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันในที่ประชุม ยังมอบหมายให้สปสช. ติดตามการเข้าถึงยาและการใช้ ยาไรโบไซคลิบนี้ อย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์ต่อบอร์ด สปสช. ผ่านคณะอนุกรรมการกำหนดประเภทและขอบเขตในการให้บริการสาธารณสุข และคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดําเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนทุก 6 เดือน 

 

นพ.ชลน่าน ระบุอีกว่า จากมติบอร์ดสปสช. ในครั้งนี้จะทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามสามารถเข้าถึงยาไรโบไซคลิบได้ จากแต่เดิมที่ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองยังเข้าไม่ถึงยารักษานี้ ด้วยเป็นยาใหม่ที่มีราคาแพง นอกจากนี้ยังเป็นส่วนที่สนับสนุนนโยบายมะเร็งครบวงจร เพื่อยกระดับ 30 บาท Upgrade ภายใต้ Quick win ด้านสาธารณสุขของรัฐบาล ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งให้ได้รับบริการอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงยาที่มีประสิทธิภาพในปีงบประมาณ 2567 นี้


ด้านนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตามแผนการจัดซื้อยาของ สปสช. ในปีงบประมาณ 2567 ได้มีแผนที่จะจัดซื้อยานิโลตินิบ (nilotinib) ซึ่งเป็นยารักษามะเร็งเม็ดเลือดขาว รวมงบประมาณราว 301.63 ล้านบาท ต่อมาบริษัทที่จำหน่ายยามะเร็งดังกล่าวนี้ ได้นำเสนอยาไรโบไซคลิบที่เป็นยาใหม่สำหรับการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  โดยเสนอปรับลดราคายานิโลตินิบ และยาไรโบไซคลิบ 


จากข้อเสนอดังกล่าวนี้ ทำให้ สปสช. จัดซื้อยานิโลตินิบได้จำนวนเท่าเดิม ในราคาที่ลดลง ขณะเดียวกันได้จัดซื้อยาไรโบไซคลิบสำหรับดูแลผู้ป่วย 876 คน.


ภาพจาก AFP 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง