STC รอบิ๊กโปรเจ็กต์ EEC ชูผลงานไตรมาส4โดดเด่น

STC รอบิ๊กโปรเจ็กต์ EEC ชูผลงานไตรมาส4โดดเด่น
ทันหุ้น
3 พฤศจิกายน 2563 ( 09:20 )
32
STC รอบิ๊กโปรเจ็กต์ EEC ชูผลงานไตรมาส4โดดเด่น

ทันหุ้น - สู้โควิด – STC เกาะติดบิ๊กโปรเจ็กต์ EEC ชี้งานทยอยออก ส่งซิกมีลุ้นคว้างานใหม่หลายโครงการมูลค่าหลัก 100 ล้านบาท พร้อมรักษาฐานแบ็กล็อกที่ระดับ 400-500 ล้านบาท จับตางบไตรมาส 4/63 โดดเด่น มั่นใจรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10% ฟากโบรกเคาะกำไรปี 63 พุ่งขึ้น 54% แตะ 39.7 ล้านบาท แนะ “ซื้อ” ให้เป้า 0.77 บาท


นายเอกชัย ชัยตระกูลทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC ผู้ผลิตคอนกรีตครบวงจรในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างติดตามงานโครงการใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ หรือ EEC ซึ่งจะเป็นช่องทางการขยายธุรกิจของบริษัทให้เติบโตเพิ่มขึ้นต่อจากนี้ โดยบริษัทคาดจะมีโครงการออกมาหลายโครงการ แต่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่างานได้ ทั้งนี้บริษัทได้จัดเตรียมทีมงานเพื่อติดตามโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ


รักษาแบ็กล็อก


ขณะที่ทิศทางการรับงาน บริษัทจะพยายามรักษาระดับงานในมือ(Backlog) ให้อยู่ที่ 400-500 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทสามารถหางานเข้ามาเพิ่มเติมได้ ปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ 285 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในปีนี้ทั้งหมด และอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานหลายโครงการ มูลค่ารวมหลัก 100 ล้านบาท มีทั้งงานประมูลงานในกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีตสําเร็จรูป ผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ และการให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้บริการตอกเสาเข็ม การให้บริการปั๊มคอนกรีตขึ้นที่สูง หรือบริเวณที่รถคอนกรีตมิกซ์เซอร์เข้าไม่ถึง เป็นต้น


ทั้งนี้บริษัทประเมินภาพผลิตภัณฑ์คอนกรีตสําเร็จรูปจะเติบโตเพิ่มขึ้น เพราะผู้ประกอบการคุมต้นทุนแรงงานคน และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมากขึ้น สำหรับแผนการลงทุนโรงงานผลิตภัณฑ์คอนกรีตสําเร็จรูป ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาการลงทุน และดูโอกาสที่เหมาะสม โดยบริษัทตั้งเป้าการลงทุนไว้ที่ 100 กว่าล้านบาท


สำหรับแนวโน้มธุรกิจและผลประกอบการ 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ คาดจะมีทิศทางที่ดี โดยเดือนแรกของไตรมาส 4/2563 บริษัทมีรายได้ที่ดี ทำให้บริษัทมองว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2563 จะดีกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เพราะไตรมาส 3 บริษัทเจอปัญหาฤดูฝน


มั่นใจรายได้โตตามเป้า


พร้อมกันนี้บริษัทมั่นใจรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมาย หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หลังจากช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้แล้ว 227.75 ล้านบาท หรือเติบโต 16.07% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 196.21 ล้านบาท ส่วนปี 2564 คาจจะเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10% จากการรับงานใหม่เข้ามา


ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS แนะนำ “ซื้อ” STC ให้ราคาเหมาะสม 0.77 บาท คาดผลประกอบการครึ่งปีหลังปี 2563 สดใสจากงานประมูลเพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ซึ่งคาดว่าจะมีงานประมูลภาครัฐและภาคเอกชนออกมาเพิ่มขึ้น และคาดว่าบริษัทมีโอกาสได้งานเพิ่มทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ 1) ระบบสาธารณูปโภคในภาคอีสานราว 60-80 ล้านบาท และ 2) งานระบบสาธารณูปโภคจากถนนสุขุมวิทไปยังมาบตาพุดอีก 30-90 ล้านบาท


นอกจากนี้มีความคืบหน้าเรื่องสนามบินอู่ตะเภา รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ที่ได้ผู้ชนะการประมูล เป็นโอกาสของบริษัทเพิ่มเติมในการได้งานระบบสาธารณูปโภค ดังนั้นคงประมาณการกำไรปี 2563 ตามเดิมจาก COVID-19 กระทบเล็กน้อย


กำไรพุ่งขึ้น 54%


ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปี 2563 อยู่ที่ 39.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54% จากปีก่อนโดยในปี 2563 คาดว่าจะมีรายได้ราว 462 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%  เนื่องจากคาดว่างานก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนจะเพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง 2563 ตามที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวที่ระดับ 32.5% ด้านอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 21.4%