BBLปี68กำไร4.6หมื่นล. เงินลงทุนฟู-สำรองลด

BBL #ทันหุ้น – BBLไตรมาส 4/2568 กำไร 7.75 พันล้านบาท หนุนทั้งปี 2568 แตะ 4.6 หมื่นล้านบาท โต 1.8% จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกำไรจากเงินลงทุน -ตั้งสำรองลดลง
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารสำหรับไตรมาส 4/2568 จำนวน 7,759 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) สาเหตุหลักจากรายได้จากการดำเนินงาน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนและกำไรจากเงินลงทุนลดลงซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาด
@รายได้ค่าฟีเพิ่ม
ทั้งนี้รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากบริการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจบัตรเครดิตสำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง จากการที่ธนาคารมีการตั้งสำรองภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง
โดยหากเทียบกับไตรมาส 4/2567 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารลดลง จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและเงินให้สินเชื่อที่ชะลอตัว สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายทางการตลาด ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง โดยธนาคารยังคงยึดหลักความระมัดระวังในการตั้งสำรอง
@ปี 68 กำไร 4.6 หมื่นลบ.
สำหรับปี 2568 BBL กำไรสุทธิ จำนวน 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ภายใต้ความไม่แน่นอนหลายด้าน ธนาคารมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงและมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2.75% ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อ
ในขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อย จากบริการธุรกรรมผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม
ทั้งนี้ธนาคารยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 48.4% สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย
@ตั้งสำรองลด
นอกจากนี้จากการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2568 ลดลงจากไตรมาสก่อน และสำหรับปี 2568 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 36,147 ล้านบาท ลดลง 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,608,286 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากสิ้นปีก่อน
โดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังคงเติบโต สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวม
อยู่ที่ 3% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่า
ด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 324.1% เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวัง
และรอบคอบอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 จำนวน 3,196,284 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน
และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 81.6% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุน
ชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่
21.8% , 17.2% และ 17.2% ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
