รีเซต

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
7 กรกฎาคม 2569 ( 09:34 )
5

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,605-1,625 จุด โดยภาพรวมดัชนียังไม่มีปัจจัยใหม่หนุนชัดเจน ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติแม้แนวโน้มจะยังมีโอกาสไหลเข้าต่อเนื่อง แต่ปริมาณคาดว่าจะชะลอตัวลงหลังจากไหลเข้าร้อนแรงในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง แต่กระจุกอยู่ที่หุ้นเทคโนโลยีเป็นหลัก อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลงแรงเช้านี้แม้ Samsung จะประกาศผลการดำเนินงานออกมาดีเกินคาด ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ ISM ภาคบริการเดือน มิ.ย. สหรัฐฯออกมาตามคาดที่ 54 ยังอยู่ในระดับที่ขยายตัว แต่ชะลอเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 54.5 ส่วนเงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย. Headline ออกมาต่ำกว่าคาดที่ +2.42% y-y แต่ Core +1.07% y-y สูงกว่าคาด

ด้านภาพรวม Bond Yield และราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวหลังจากชะลอตัวลงในสัปดาห์ก่อน ปัจจัยที่รอติดตามคือรายงานการประชุม Fed ครั้งแรกของเควิน วอร์ชในคืนวันพฤหัสฯ เราประเมินตลาดจะเริ่มทยอยโฟกัสและให้น้ำหนักกับการคาดการณ์ผลประกอบการ 2Q26 มากขึ้น โดยเบื้องต้นคาดว่าจะชะลอ q-q แต่คาดยังเติบโต y-y ได้และเป็นไตรมาสที่ไม่แย่ โดยบริษัทจดทะเบียนสามารถปรับตัวรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ค่อนข้างดี ขณะที่ 2H26 คาดเร่งตัวขึ้นจากทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและราคาพลังงานที่ลดลง ระยะกลางเรายังคงมองบวกต่อกกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก อาหาร ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ การแพทย์ เป็นต้น โดยคาดยังเห็น Sector Rotation และกระแสเงินทุนไหลเข้าหาต่อเนื่อง

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 2Q26-2H26 แข็งแกร่ง ได้อานิสงส์บวกจากสงครามที่คลี่คลาย
หุ้นเด่นเดือน ก.ค : BA, BBL, ERW, PR9, TIDLOR
FSSIA Portfolio : BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, PR9, TIDLOR, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : ERW
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 3.50 บาท
• แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q26 คาดชะลอตัว q-q ตามฤดูกาล แต่คาดยังยืนทรงตัวแกร่ง y-y โดยถูกกระทบจากสงครามไม่มาก อุปสงค์ของตลาดระยะใกล้ยังแข็งแรงหนุนจากจีน การเติบโตของโรงแรมในกลุ่ม Luxury-to-Economy ช่วยชดเชย Hop Inn ที่ชะลอตัว
• เราคาดกำไรปกติปี 2026-27 เติบโตราว 7% ต่อปี และระยะยาวมีแผนการลงทุนโครงการโรงแรมใหม่รองรับการเติบโต ทางเทคนิคโมเมนตัมยังเป็นบวกและอยู่ในทิศทางขาขึ้น
• แนวรับ 3.06//2.90 บาท แนวต้าน 3.22//3.40 บาท

ด้าน บล.ดาโอ ประเมินทิศทางดัชนีฯ แกว่งตัว Sideway ตอบรับตัวเลขเงินเฟ้อไทยที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของแบงก์ชาติ ประกอบกับมีเม็ดเงิน (Fund Flow) แรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัย Overhang ที่อาจทำให้ดัชนีผันผวนจากการรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 9 ก.ค. นี้

ปัจจัยในประเทศ

  • การเมืองและนโยบาย: สว. มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าพร้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 9 ก.ค. นี้ ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม
  • เศรษฐกิจและเงินเฟ้อ: ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของไทยเดือน มิ.ย. ขยายตัว 2.42% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.7-2.87% ปัจจัยนี้หนุนมุมมองที่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) อาจพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป
  • ท่องเที่ยวและการบิน: AOT ประสบความสำเร็จจากการเจรจาดึงสายการบิน Vietnam Airlines และ Flydubai ให้มาเปิดเส้นทางบินใหม่ เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค ขณะที่ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่ม.ค.-ก.ค. ทะลุ 16.21 ล้านคนแล้ว
  • ความเชื่อมั่นนักลงทุน: ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พุ่งอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง" ที่ระดับ 123.77 โดยนักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด

ปัจจัยต่างประเทศ

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (ชิปและเทคโนโลยี): หุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ปรับตัวฟื้นกลับมาได้ นำโดยความหวังในธีมการลงทุนด้าน AI หลังจากเผชิญแรงเทขายร่วงลงไปในช่วงสองวันที่ผ่านมา
  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ: ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ (ISM Services) ประจำเดือน มิ.ย. ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ระดับ 54 ทว่าในส่วนของการจ้างงานเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลง
  • ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม AI: รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเจรจาเพื่อขอเข้าถือหุ้น 5% ในบริษัท OpenAI ก่อนที่บริษัทจะทำการเสนอขายหุ้น IPO สะท้อนความพยายามในการเข้ามามีส่วนร่วมกับความมั่งคั่งทางเทคโนโลยี
  • ภูมิรัฐศาสตร์ (นาโตและยูเครน): ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่ตุรกี และมีกำหนดการหารือกับประธานาธิบดียูเครนเพื่อหาทางยุติสงคราม ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดกับพันธมิตรยุโรปเรื่องงบประมาณกลาโหม

เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)

  • ทิศทางค่าเงินบาท: เงินบาทปิดตลาดมีทิศทางอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 33.33/35 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการอ่อนค่านำสกุลเงินอื่นในภูมิภาค สาเหตุหลักมาจากการย่อตัวของราคาทองคำและตัวเลขเงินเฟ้อของไทยที่ออกมาต่ำกว่าคาด ทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่านี้ จะเป็น ปัจจัยบวกเชิงกลยุทธ์ ต่อกลุ่มส่งออก (Export) และกลุ่มอาหาร (Food) เช่น HANA, DELTA, TU เนื่องจากผู้ประกอบการจะมีรายได้สูงขึ้นเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา แต่ในทางกลับกัน จะเป็น ปัจจัยลบ กดดันกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีภาระหนี้เป็นเงินสกุลดอลลาร์ (USD) รวมถึงกลุ่มสายการบินจากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น
  • ทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง: การที่เงินเฟ้อทั่วไปของไทยเติบโตต่ำกว่าคาด ถือเป็น ปัจจัยบวก ต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods), กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Property) และกลุ่ม Tech/Growth เนื่องจากสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลง หนุนให้อัตรากำไร (Margin) ของบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวดีขึ้น และช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ดี สภาวะเงินเฟ้อที่ต่ำลงจะเป็น ปัจจัยลบ ต่อกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และกลุ่มเหมืองแร่ (Mining) ที่อาจเผชิญกับราคาขายสินค้าที่ลดลงตามไปด้วย

Technical : BCH, KAMART

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,600 – 1,610 แนวต้าน 1,620 – 1,630 คาดดัชนีทรงตัวระหว่างรอคำวินิจฉัยของ ศาล รธน.ในวันพฤหัสนี้ ต่อประเด็น พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. ว่าจะเข้าข่ายผิด กม.รธน.หรือไม่ โดยเม็ดเงินคาดจะยังเข้าพักในหุ้นกลุ่ม Domestic Play แนะนำทยอยซื้อกลุ่มส่งเสริมการลงทุน เช่น BBL, KBANK, SCB, GULF, GPSC, BGRIM, AMATA, WHA, STECON, CK / กลุ่มไฟแนนท์ เช่น SAWAD, TIDLOR, AEONTS, TURBO ได้ประโยชน์จากต้นทุนการเงินอยู่ในระดับต่ำ / กลุ่มปันผลสูง เช่น ADVANC, TISCO, SIRI, SC / เก็งกำไร TOP, BCP จากต้นทุนราคาน้ำมันดิบปรับลดลง

MTC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 41.50 บาท) ในปี 69 บริษัทตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10% เน้นสินเชื่อที่มีหลักประกันและวงเงินไม่สูงเพื่อลดความเสี่ยง แนวโน้ม 2Q69 มีโอกาสเติบโต QoQ, YoY หนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อและได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ ทำให้ลูกหนี้มีความสามารถในการผ่อนชำระสูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองและต้นทุนการเงินลดลง ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 69-70 ที่ 7.44 พันล้านบาท +11%YoY และ 8.33 พันล้านบาท +12%YoY

COM7* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 30.27 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 +YoY, +QoQ ยังมีแรงหนุนจาก iPhone17 เป็นที่นิยม ส่วนการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69 มีโอกาสประคองตัวแม้เป็นลบตามฤดูกาลปกติ ขณะที่ YoY ยังดูดีต่อเนื่อง ภาพรวม นอกจากจะได้ปัจจัยบวกจากสินค้า IT เริ่มเข้าสู่ Replacement Cycle เพื่อรองรับเทคโนโลยี On-device AI แล้ว คาดว่าจะยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมมาจากกลุ่มธุรกิจ Non-IT ที่มีมาร์จิ้นดีจากการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ (UFUND) การปล่อยเช่า EV Taxi(AION) และ iCare โดยทาง COM7* ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี69 +10%YoY ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ COM7* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 4,540 ลบ.(+12%YoY) และ 4,906 ลบ.(+8%YoY) ตามลำดับ ในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 15x, และ Dividend Yield ที่ 4%

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง