รถไฟความเร็วสูง CR450 เจนใหม่ของจีน ... กำลังมาหาสาธารณชน ( ตอน 1)

ปี 2025 อาจถือเป็นปีที่จีนก้าวขึ้นเป็น “ผู้นำโลก” ในวงการรถไฟความเร็วสูงอย่างแท้จริงเมื่อประกาศเปิดตัวรถไฟรุ่น CR450 ที่มาพร้อมกับการทำลายสถิติโลกในหลายด้าน จนทำเอาผู้เชี่ยวชาญในวงการและผู้ใช้บริการรถไฟทั่วโลกตื่นตะลึงกันเป็นแถว
และเกิดคำถามสำคัญขึ้นตามมาว่า CR450 จะถูกนำมาให้บริการแก่สาธารณชนเมื่อไหร่? และจะสามารถทดแทนรถไฟรุ่น CR400 ที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันได้หรือไม่? อย่างไร? ...
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้วิจัย ออกแบบ และพัฒนาเทคโนโลยีรถไฟที่แตกไลน์ออกไปในหลายหลายประเภท อาทิ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าไร้ราง รถไฟความเร็วสูง รถไฟแม่เหล็กไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งรถไฟฟ้ากลับหัว
โดยในส่วนของรถไฟความเร็วสูง จีนได้เริ่มกำหนดแผนการพัฒนารถไฟความเร็วสูงขึ้นเมื่อปี 2003 และราว 5 ปีต่อมา จีนก็เปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงระหว่างปักกิ่ง-เทียนจินเป็นสายแรก ซึ่งเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศต่อสายตาชาวโลกในโอกาสที่ปักกิ่งเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2008
หลังจากนั้น จีนก็เดินหน้าขยายโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงอย่างรวดเร็ว และพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ในกลางปี 2011 จีนได้เปิดบริการในเส้นทางปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ซึ่งช่วยให้การเดินทางระหว่างสองศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักของจีนใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง และส่งผลให้จีนมีเส้นทางรวม 8,358 กิโลเมตร ยาวกว่าทุกประเทศรวมกันในขณะนั้น
ปัจจุบัน รถไฟความเร็วสูงของจีนให้บริการ (Operating Speed) ระหว่าง 250-350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และด้วยหัวรถจักรและชุดรถไฟที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น CR400 “ฟู่ซิง” (Fuxing) ที่สามารถให้บริการในบางเส้นทางด้วยระดับความเร็วที่สูงกว่า
ขณะที่เส้นทางในพื้นที่ตอนเหนือของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหัวไก่ หลังไก่ และหางไก่ อาทิ ฮาร์บิน-ต้าเหลียน ก็เปิดให้บริการตลอดทั้งปีผ่านไปยังภูมิภาคที่มีอุณหภูมิต่ำแบบติดลบ 30-40 องศาเซลเซียสในช่วงฤดูหนาว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งด้านวิศวกรรมของระบบ
จนถึงสิ้นปี 2025 จีนมีโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงเป็นระยะทางรวมแตะหลัก 50,000 กิโลเมตร คิดเป็นมากกว่า 70% ของระยะทางรวมกันทั่วโลก แผ่นซ่านจากด้านซีกตะวันออกไปตอนกลางและตะวันตก และครอบคลุมราว 98% ของเมืองที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คนในจีน ซึ่งช่วยเชื่อมโยงเมืองน้อยใหญ่ในจีนและทำให้ความเจริญกระจายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
หมุดหมายสำคัญของระยะทางโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีน
| ปี | ความยาวรวม (กิโลเมตร) |
| 2008 | 1,000 |
| 2011 | 8,500 |
| 2015 | 8,500 |
| 2020 | 38,000 |
| 2025 | 50,000 |
| 2035 (คาดการณ์) | 70,000 |
รถไฟความเร็วสูงของจีนยังพยายามพัฒนาบริการใหม่ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ การเปิดให้บริการ “จัดส่งฉุกเฉิน” แบบประตูถึงประตู (Door-to-Door) ภายในวันเดียวที่ครอบคลุมถึงราว 200 เมืองของจีน และอาจสามารถจัดส่งพัสดุภัณฑ์ข้ามเมืองเป็นจำนวนมากในคราวเดียวโดยใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น
ขณะที่ผลตอบแทนการลงทุนในโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงก็มีตัวเลขที่น่าสนใจยิ่ง โดยข้อมูลระบุว่าทุก 100 ล้านหยวนของการลงทุนสามารถสร้างรายได้ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องถึงกว่า 1,000 ล้านหยวน และสร้างงานมากกว่า 600 ตำแหน่ง
กล่าวโดยสรุป ผ่านการพัฒนามา 20 ปี จีนได้พัฒนาเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วจนสามารถสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในโลก
พัฒนาการที่รวดเร็วดังกล่าวนำไปสู่คำชื่นชมในผลงานการพัฒนาเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีน ทั้งในมิติความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย และความซับซ้อนทางเทคโนโลยี รวมทั้งยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการเล็ก-กลาง-ใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านผู้อ่านอาจได้มีโอกาสผ่านประสบการณ์การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงมาบ้างแล้ว
นอกจากนี้ ผู้คนในวงการยังคาดการณ์ว่า โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนจะทะยานแตะหลัก 70,000 กิโลเมตรภายในปี 2035 ซึ่งเป็นปีเป้าหมายระยะกลางที่จีนจะก้าวขึ้นเป็น “สังคมนิยมที่ทันสมัย” แต่ผมเชื่อมั่นว่า จีนจะจำกัด “ความสำเร็จ” ไว้ใช้เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น
ด้วยปัจจัยเชิงบวกด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่าประเทศ โครงข่ายดังกล่าวคาดว่าจะขยายออกไปในต่างประเทศอีกมากในอนาคต การเปิดกว้างของจีนในการแบ่งปันเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญจะสามารถช่วยเร่งการพัฒนาในภูมิภาคอื่นๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นี่อาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการผลักดันการขยายแคมเปญ “รวยร่วมกัน” จากภายในจีนสู่เวทีระหว่างประเทศ (Common Prosperity Plus) โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศตามแนว “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (BRI) ในระยะยาว
กลับมาที่ประเด็นความเร็วในการให้บริการของรถไฟความเร็วสูง ระดับความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเคยถูกมองว่าเป็น “เพดาน” ของการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของวงการรถไฟโลก โดยชินคันเซน (Shinkansen) ของญี่ปุ่น ไอ้ซ์ (ICE) ของเยอรมนี และทีจีวีเอ็ม (TGV-M) ของฝรั่งเศส และอื่นๆ ทำความเร็วสูงสุดอยู่ที่ราว 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ด้วยความทุ่มเทในการพัมนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง สถิติดังกล่าวกำลังจะถูกทำลายลง โดยเป้าหมายใหม่ถูกขยับไปที่ 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในพิธีเปิดงานการประชุมรถไฟความเร็วสูงโลก (World High Speed Rail Congress) ครั้งที่ 12 ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่จีนเป็นเจ้าภาพ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2025 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติจีน ใจกลางกรุงปักกิ่ง ดร. อลัน เบอรูด์ (Alan Beroud) ประธาน UIC (ตัวย่อของสหภาพรถไฟนานาชาติ) ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “จีนเป็นผู้นำระดับโลกและเป็นแรงบันดาลใจ … รถไฟความเร็วสูงกำลังเป็นมากกว่าเพียงแค่การขนส่งที่รวดเร็ว แต่มันยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการเชื่อมต่อทั่วโลก”
ขณะเดียวกัน ในปี 2025 กระทรวงการรถไฟแห่งชาติจีนก็ได้เปิดตัวรถไฟเจนใหม่รุ่น CR450 ตามเป้าหมายของแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 14 (ปี 2021-2025) และสามารถผ่านการทดสอบด้วยความเร็วสูงสุด (Test Speed) ที่ 453 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งถือเป็นการทำสถิติรถไฟแบบล้อเลื่อน (Conventional Rail) ที่เร็วที่สุดในโลก
แล้วจีนพัฒนารถไฟเจนใหม่ที่วิ่งให้บริการ 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างไร? ตามไปเจาะลึกรายละเอียดกันต่อในตอนหน้าครับ ...
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
