รถไฟความเร็วสูง CR450 เจนใหม่ของจีน ... กำลังมาหาสาธารณชน ( ตอน 2)

ในทางปฏิบัติ ทีมวิจัยและพัฒนา CR450 ก็เผชิญกับความท้าทายที่ยากยิ่ง กระทรวงการรถไฟฯ ตั้งโจทย์ยากหลายข้อเอาไว้ อาทิ การตั้งเป้าให้ CR450 ที่วิ่งให้บริการแก่สาธารณชนเร็วขึ้นกว่าเดิม 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ยังคงใช้พลังงาน มีเสียงรบกวน และระดับความปลอดภัยในระดับเดียวกับ CR400 รวมทั้งสามารถวิ่งให้บริการบนรางรถไฟที่มีอยู่เดิมในปัจจุบัน
ในด้านวิศวกรรมการออกแบบ จีนให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบเพื่อให้สามารถวิ่งได้เร็วขึ้นที่ต้องลดน้ำหนักและแรงต้านของอากาศไปพร้อมกัน
ในการนี้ ทีมวิจัยและพัฒนาได้ “แปลงโฉม” และ "ลดขนาด" ตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) โดยยืดส่วนหัวกระสุนของ CR450 จาก 12.5 เมตรเป็น 15 เมตร และปรับรูปทรงให้แหลมขึ้น รวมทั้งปรับลดความสูงของตัวถังจาก 40.5 เซนติเมตรลงเหลือ 38.5 เซนติเมตร หรือลดลงถึง 20 เซนติเมตร
เพื่อช่วยให้รถไฟ CR450 สามารถตอบโจทย์ที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ ทีมออกแบบจึงพยายามลดแรงต้านและแรงกด ควบคู่ไปกับการยกระดับวิศวกรรมการก่อสร้างบนพื้นฐานของเทคโนโลยีสีเขียว อาทิ รถไฟประหยัดพลังงาน ระบบการจัดส่งอัจฉริยะ และสถานีพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสูง ลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สอดรับกับแนวคิด “กำลังการผลิตคุณภาพใหม่” (New Quality Productive Forces) และเปิดประตูของโอกาสทางธุรกิจใหม่ตามแผนฯ 15 (ปี 2026-2030)
ยกตัวอย่างเช่น การลงทุนพัฒนาระบบลากจูงที่ใช้มอเตอร์ลากจูงแบบซิงโครนัส (Syncronous) ของแม่เหล็กถาวรพลังงานสูงรุ่นใหม่ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพกำลังขับเคลื่อน (สูงถึง 11,000 กิโลวัตต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 14.5% เมื่อเทียบกับ CR400) น้ำหนักเบาลง และประหยัดพลังงานมากกว่ามอเตอร์แบบเดิม ทำให้สามารถทำอัตราเร่ง (Acceleration) จากจุดเริ่มต้นถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 4 นาที 40 วินาทีซึ่งสั้นกว่า CR400 มากกว่า 100 วินาที
ทีมวิจัยและพัฒนายังใช้วัสดุใหม่อย่างคาร์บอนไฟเบอร์ แม็กนีเซียมอัลลอยด์ และไฟเบอร์กลาส เพื่อลดน้ำหนัก คุ้มค่า และทนทาน และปรับแบบส่วนประกอบด้านล่าง “แต่ละชิ้น” แบบครบวงจรเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นตัวถัง วงล้อ ระบบลาก ระบบเบรค และอื่นๆ ทำให้ลดน้ำหนักแต่ละคันได้ 6-8 ตัน และลดน้ำหนักรถไฟโดยรวมเกือบ 50 ตันหรือ 10% ของรุ่นก่อน ซึ่งเท่ากับการลดน้ำหนักลงเท่ากับตู้โดยสารหนึ่งตู้
ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยและพัฒนายังใช้ฝาปิดหุ้มชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ใต้ตัวถังแบบกันลม (Enclosed Bogies) ด้วยวัสดุโลหะผสมและคอมโพสิตขั้นสูงที่เรียบเนียนอย่างสมบูรณ์ ทำให้สามารถลดแรงต้าน (Drag) ได้ถึง 22% ซึ่งเป็นหัวใจของการใช้พลังงานเมื่อวิ่งด้วยความ/เร็วสูง
CR450 เลือกใช้วัสดุฉนวนกันเสียงแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพถึง 7 ชั้นเพื่อลดระดับเสียงรบกวน และดูดวับแรงสั่นสะเทือนมาใช้ โดยในสภาวะความเร็วสูงถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงรบกวนภายในห้องโดยสารอยู่ในระดับ 68 เดซิเบล ซึ่งต่ำกว่าของ CR400 ถึง 2 เดซิเบล
ในแง่ของประสบการณ์การขับขี่ นอกจากมิติของความเร็วแล้ว CR450 ยังสร้างประสบการณ์เทียบเท่ากับรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม โดยที่นั่งในชั้นธุรกิจรองรับการหมุนได้ 300 องศาและสามารถสลับโหมดการประชุมได้ และบางรุ่นยังมีห้องโดยสารสำหรับ 4 คนเพื่อความเป็นส่วนตัวทางธุรกิจในระหว่างการเดินทาง
ขณะเดียวกัน ชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่งของบางโมเดลย่อย อาทิ CR450AF และ CR450BF ที่ผลิตโดย CRRC Qingdao Sifang และ CRRC Changchun Railway Vehicles ตามลำดับ ก็ถูกออกแบบให้มีความหรูหราและให้ความรู้สึกผ่อนคลายด้วยเทคโนโลยีควบคุมแสงสว่างและอุณหภูมิที่แม่นยำ
นอกจากนี้ แม้ว่าโครงสร้างภายนอกจะเน้นความปราดเปรียว แต่พื้นที่ภายในกลับถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพื้นที่ห้องโดยสารเพิ่มขึ้น 4% และการออกแบบชั้นวางสัมภาระที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงการเพิ่มพื้นที่จัดเก็บอเนกประสงค์เพื่อรองรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น จักรยาน และรถเข็นผู้พิการ
ทั้งนี้ ผลจากการทดสอบยืนยันว่าเมื่อวิ่งสวนกัน CR450 มีความเร็วสัมพัทธ์ (Relative Speed) สูงถึง 896 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สร้างสถิติโลกครั้งใหม่ และมีดัชนีความรบกวนและดัชนีการใช้พลังงานอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม
เมื่อวิ่งด้วยความเร็วที่สูงขึ้นแต่ยังคงรักษาระดับความปลอดภัย ระบบเบรกก็นับว่ามีความสำคัญยิ่ง ทีมวิจัยและพัฒนา CR450 จึงพยายามรักษาประสิทธิภาพการลดความเร็วไว้เช่นเดิมผ่านการปรับปรุงระบบแบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นในด้านวัสดุผ้าเบรก การควบคุมการเบรก และเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากแรงยึดเกาะระหว่างล้อและราง
CR450 ติดตั้งระบบเบรคฉุกเฉินหลายระดับและเซนเซอร์มากกว่า 4,000 ตัว โดยระยะเบรคฉุกเฉินเมื่อความเร็วอยู่ที่ 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นมีระยะทางน้อยกว่า 6,500 เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับความเร็วสูงสุด 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของ CR400 รวมทั้งยังมีระบบตรวจสอบโครงสร้างรถไฟอัตโนมัติ เอไอสำหรับวิเคราะห์ความผิดปกติ และระบบดับเพลิงแบบเรียลไทม์ รวมทั้งระบบ “ตาวิเศษ” ที่ตรวจจับอุปสรรคึกีดขวางบนรางได้ล่วงหน้าก่อนมองเห็น (Beyond Visibility)
อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะสามารถเปิดให้บริการต่อสาธารณชนได้ กฎระเบียบด้านการจัดการทางเทคนิคทางรถไฟของจีนกำหนดตัวเลขระยะทางการทดสอบรถไฟ CR450 ไว้ที่ 600,000 กืโลเมตร หรือเทียบเท่ากับระยะทางรอบโลก 15 รอบ
ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2026 การทดสอบก่อนการใช้งานจริงของ CR450 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางเซี่ยงไฮ้-ฉงชิ่ง-เฉิงตูที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ ได้ก้าวขึ้นไปแตะ 300,000 กิโลเมตรแล้ว
การจำลองการดำเนินการขนส่งผู้โดยสารครบตามระยะทางที่กำหนดในขั้นสุดท้ายก่อนการผลิตเป็นจำนวนมากจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2026 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นของแผนฯ 15
เราก็ได้แต่หวังว่า จีนจะเปิดให้บริการ CR450 ระหว่างปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้เป็นเส้นทางแรกภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งจะลดเวลาในการเดินทางทางรถไฟอย่างมี “นัยสำคัญ” (15-25%) และกลายเป็น “ทางเลือก” ในรูปแบบการเดินทางระหว่างสองหัวเมืองใหญ่ ลองคิดเปรียบเทียบดูว่าหากเดินทางโดยเครื่องบินจะใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง แต่การเดินทางโดย CR450 ที่เข้าถึงใจกลางเมืองจะใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง
ตามมาด้วยเส้นทางฉงชิ่ง-เฉิงตู ระยะทาง 292 กิโลเมตรที่จะใช้เวลาเดินทางเพียง 50 นาทีในปี 2027 และคาดว่าการบริการจะกระจายตัวเชื่อมโยงหัวเมืองใหญ่ของจีนต่อไปในอนาคต อาทิ เซี่ยงไฮ้-ฉงชิ่ง อู่ฮั่น-เฉิงตู และเซี่ยงไฮ้-กวางโจว-เซินเจิ้น
คุณพร้อมหรือยังที่จะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการนั่ง CR450 ในจีนกันครับ ...
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
