รีเซต

"เอลนีโญ" มาแล้ว สถานการณ์น้ำล่าสุดในไทย ยังรับมือไหวไหม?

"เอลนีโญ" มาแล้ว สถานการณ์น้ำล่าสุดในไทย ยังรับมือไหวไหม?
TNN ช่อง16
25 มิถุนายน 2569 ( 10:52 )
2

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่บททดสอบครั้งสำคัญทางภูมิอากาศ เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศยืนยันว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่สภาวะ "เอลนีโญ" (El Niño) อย่างเป็นทางการแล้ว สัญญาณอันตรายนี้กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณน้ำฝนที่คาดว่าจะลดน้อยลงกว่าค่าปกติ และมีโอกาสสูงที่จะเกิดภาวะ "ฝนทิ้งช่วง" ยาวนาน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตร แหล่งน้ำอุปโภคบริโภค และระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

เพื่อรับมือกับวิกฤตภัยแล้ง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ออกคำสั่งด่วนที่สุด กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัด โดยเฉพาะ "กรมชลประทาน" ยกระดับมาตรการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศอย่างเต็มศักยภาพ มุ่งเน้นยุทธศาสตร์ "เก็บกักน้ำดิบให้ได้มากที่สุด" เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ

เปิดพิมพ์เขียวสถานการณ์น้ำดิบ ทั่วประเทศยังรับน้ำได้อีกกว่า 3 หมื่นล้าน ลบ.ม.

จากการรายงานล่าสุดของ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้เปิดเผยตัวเลขต้นทุนน้ำดิบของประเทศไทย เพื่อนำมาใช้ประเมินและวางแผนรับมือเอลนีโญ ดังนี้

สรุปปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ

  • ปริมาณน้ำรวมในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลาง: มีอยู่ทั้งหมด 42,636 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น ร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ รวมกัน
  • พื้นที่รองรับน้ำคงเหลือ: อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังคงสามารถรองรับน้ำฝนได้อีกถึง 34,118 ล้าน ลบ.ม.

สถานการณ์ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน, และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)

  • ปริมาณน้ำรวมกัน: อยู่ที่ประมาณ 12,953 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น ร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ซึ่งในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ระบบชลประทานสามารถควบคุมและบริหารจัดการได้

ปรับกลยุทธ์ “Rule Curve” ยืดหยุ่นรับมือฝนทิ้งช่วง-เซฟน้ำข้ามปีถึงปี 2570

เนื่องจากแนวโน้มของปรากฏการณ์เอลนีโญมีแต่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานปรับกระบวนทัศน์การทำงานใหม่ โดยเน้นยุทธศาสตร์เชิงรุกดังนี้

1.ผ่าเกณฑ์บริหารน้ำใหม่ (Rule Curve) สั่งการให้ทบทวนเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสภาพอากาศปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำในช่วงปลายฤดูฝนนี้ให้ได้มากที่สุด สำหรับสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า

2.ตรึงกำลังเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง บูรณาการข้อมูลสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำท่าและปริมาณฝนสะสมแบบเรียลไทม์

3. เตรียมพร้อมสรรพกำลังตาม 9 มาตรการ ระดมเครื่องจักรกลสนับสนุน ทั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และกำลังพลประจำการในพื้นที่เสี่ยง พร้อมตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารชลประทาน คันกั้นน้ำ และพนังกั้นน้ำทั่วประเทศให้พร้อมใช้งานร้อยเปอร์เซ็นต์

4.ดึงชุมชนร่วมวางแผน เร่งสร้างการรับรู้และกระจายข่าวสารสู่กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ใช้น้ำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้ตระหนักถึงวิกฤตฝนทิ้งช่วง เพื่อร่วมกันวางแผนการเพาะปลูกและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

วิกฤตเอลนีโญในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่สามารถนิ่งนอนใจได้ การสั่งการเดินหน้ามาตรการเชิงรุกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการวางรากฐานเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ 

"การันตีว่าพี่น้องประชาชนและเกษตรกรไทยจะต้องมีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องยาวไปจนถึงฤดูแล้งปี 2570"

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง