อัศวิน เปิดแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 คนกรุง ย้ำ! ไม่ต้องขอ รอ รพ.ติดต่อไปเท่านั้น

อัศวิน เปิดแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 คนกรุง ย้ำ! ไม่ต้องขอ รอ รพ.ติดต่อไปเท่านั้น
มติชน
4 มีนาคม 2564 ( 14:18 )
143
อัศวิน เปิดแผนฉีดวัคซีนโควิด-19 คนกรุง ย้ำ! ไม่ต้องขอ รอ รพ.ติดต่อไปเท่านั้น

วันนี้ (4 มีนาคม 2564) ที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. ครั้งที่ 3/2564 โดยมี คณะผู้บริหาร กทม. พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (Teleconference)

 

 

พล.ต.อ.อัศวิน เปิดเผยว่า ในที่ประชุมสำนักอนามัย และสำนักการแพทย์ ได้รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 และการเตรียมความพร้อมการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันในกรุงเทพฯ ที่ได้รับแจ้งจากการระบาดรอบใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2563 –วันที่ 3 มีนาคม 2564 แยกตามความเสี่ยง พบว่า กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ ผู้สัมผัสในครอบครัว 196 ราย สถานบันเทิง 171 ราย ไปสถานที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 165 ราย เชื่อมโยงจ.สมุทรสาคร 149 ราย ผู้สัมผัสในที่ทำงาน 145 ราย

 

“ผลการดำเนินการเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance) โควิด-19 ในสถานประกอบการ ตลาด และชุมชน พื้นที่กรุงเทพฯ มีดังนี้ ตรวจตลาด จำนวน 437 แห่ง รวมจำนวน 44,328 คน พบผู้ติดเชื้อ 20 คน คิดเป็นร้อยละ 0.05 ตรวจสถานประกอบการ จำนวน 175 แห่ง รวมจำนวน 18,437 คน พบผู้ติดเชื้อ 70 คน คิดเป็นร้อยละ 0.38 ตรวจชุมชน จำนวน 12 แห่ง จำนวน 4,906 คน พบผู้ติดเชื้อ 36 คน คิดเป็นร้อยละ 0.73″ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวและว่า นอกจากนี้ สำนักอนามัย ร่วมกับ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) วางแผนดำเนินการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกโควิด-19 ในพื้นที่ชุมชนเขตพื้นที่ใกล้เคียง จ.ปทุมธานี และจ.สมุทรสาคร รวม 700 ชุมชน 14,200 ราย แบ่งเป็น เป้าหมายพื้นที่ 5 เขต ใกล้เคียง จ.ปทุมธานี ได้แก่ เขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน และคลองสามวา รวม 410 ชุมชน ตรวจในชุมชนๆ ละ 50 คน และเป้าหมายพื้นที่ 6 เขต ควบคุมสูงสุด หนองแขม บางขุนเทียน บางแค จอมทอง บางบอน และภาษีเจริญ รวม 290 ชุมชน ตรวจในชุมชนๆ ละ 50 คน ทั้งนี้ทั้ง 2 กลุ่มเป้าหมายจะเริ่มดำเนินการระหว่างวันที่ 11-31 มีนาคมนี้” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

 

สำหรับแผนและเป้าหมายในการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ระยะแรก เดือนมีนาคม สัปดาห์ที่ 1 กลุ่มเป้าหมายคือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน แบ่งเป็น โรงพยาบาลเอกชน 13 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ 3 แห่ง (รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร อุทิศ รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน และ รพ.ราชพิพัฒน์) และศูนย์บริการสาธารณสุข 7 แห่ง ในพื้นที่ 6 เขตเสี่ยง รวม 3,278 คน สำหรับสถานที่ให้บริการฉีดคือโรงพยาบาลต้นสังกัดของบุคลากรกลุ่มเป้าหมาย

 

 

สัปดาห์ที่ 2 กลุ่มเป้าหมายคือ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่ 6 เขตเสี่ยง สถานที่ฉีดวัคซีนคือโรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ 3 แห่ง สัปดาห์ที่ 3-5 กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน 16 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุข 7 แห่ง ในพื้นที่ 6 เขตเสี่ยง โดยจะรับบริการฉีดวัคซีน ณ โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ 3 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน 12 แห่ง ทั้งนี้ ระยะเวลาการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายอาจมีความล่าช้า เนื่องจากการบริหารจัดการทุกขั้นตอนต้องมีความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ได้รับวัคซีนสูงสุด” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

 

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า มีประชาชนบางส่วน เห็นว่าตนเองมีคุณสมบัติอยู่ในกลุ่มของผู้ป่วยเรื้อรังที่สามารถเข้ารับวัคซีนได้นั้น ไม่ต้องติดต่อเพื่อขอรับบริการแต่อย่างใด ขอให้รอรับการติดต่อกลับจากสถานพยาบาลที่ท่านทำการรักษาอยู่เท่านั้น เนื่องจากโรงพยาบาลที่ทำการรักษาจะเป็นหน่วยงานที่ส่งข้อมูลของผู้ป่วยที่พิจารณาแล้วเห็นว่า มีความเหมาะสมที่จะได้รับวัคซีนเข้าสู่ระบบของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และหากถึงคิวจะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่เพื่อให้มารับการฉีดวัคซีนอีกครั้ง และในส่วนของกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีคุณสมบัติอายุ 18-59 ปี และประสงค์จะรับวัคซีนนั้น ในขณะนี้ยังไม่สามารถลงทะเบียนผ่านระบบแอพพลิเคชั่น “หมอพร้อม” ได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ ขอให้รอการประกาศจากทาง สธ.ก่อนจึงจะสามารถเข้าไปลงทะเบียนได้

 

“ที่ประชุมมอบหมายให้สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และสำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนมีความเข้าใจในกระบวนการเข้ารับวัคซีนเพื่อลดความกังวลและตอบข้อสงสัยของประชาชน และให้การบริหารจัดการวัคซีนเป็นไปอย่างมีระบบ ไม่ให้เกิดความแออัดในสถานพยาบาล ซึ่งจะเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคได้” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง