โลกใกล้เดือด! อาร์กติกละลายเร็ว นักวิทย์ชี้เวลาโลกเหลือน้อยลงทุกที

โลกเสี่ยงร้อนทะลุ 1.5 องศาใน 5 ปีข้างหน้า สหประชาชาติเตือนอาร์กติกอุ่นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกกว่า 3 เท่า
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกของสหประชาชาติ หรือ WMO ร่วมกับสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร หรือ UK Met Office ออกรายงานฉบับใหม่ เตือนว่า ในช่วง 5 ปีข้างหน้า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มพุ่งเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ภูมิภาคอาร์กติกกำลังอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกหลายเท่า ท่ามกลางสัญญาณชัดเจนว่าวิกฤตโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง
รายงานประจำปีฉบับนี้ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม คาดการณ์ว่า อุณหภูมิเฉลี่ยใกล้พื้นผิวโลกในช่วงปี 2026–2030 จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือช่วงปี 1850–1900 ราว 1.3 ถึง 1.9 องศาเซลเซียส
ก่อนหน้านี้ ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ให้คำมั่นภายใต้ข้อตกลงปารีส ปี 2015 ว่าจะพยายามควบคุมไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่อย่างน้อย 1 ปี ในช่วงปี 2026–2030 โลกจะมีอุณหภูมิเกินระดับ 1.5 องศาเซลเซียสชั่วคราว และยังมีโอกาสที่หนึ่งในปีดังกล่าวจะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา แซงหน้าปี 2024 ซึ่งเป็นปีแรกที่อุณหภูมิโลกสูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียส
เมลิสซา ซีบรูค นักวิทยาศาสตร์ด้านการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศของ UK Met Office อธิบายว่า การที่อุณหภูมิสูงเกิน 1.5 องศาเพียงชั่วคราวในบางปี ไม่ได้หมายความว่าข้อตกลงปารีสล้มเหลว เพราะเป้าหมายดังกล่าววัดจากค่าเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 20 ปี ไม่ใช่ตัวเลขของปีใดปีหนึ่ง
แต่เธอย้ำว่า ยิ่งโลกเข้าใกล้เส้น 1.5 องศามากขึ้น ก็จะยิ่งเกิดปีที่อุณหภูมิทะลุเกณฑ์นี้บ่อยขึ้น และถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า “หน้าต่างเวลา” ในการควบคุมภาวะโลกร้อนกำลังปิดลงอย่างรวดเร็ว
รายงานยังเตือนว่า พื้นที่อาร์กติกจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยอุณหภูมิฤดูหนาวในซีกโลกเหนือมีแนวโน้มสูงขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยโลกกว่า 3.5 เท่า หรือประมาณ 2.8 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงปี 1991–2020ผลกระทบที่ตามมาคือ น้ำแข็งทะเลอาร์กติกจะละลายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม บริเวณทะเลแบเรนตส์ ทะเลแบริ่ง และทะเลโอค็อตสค์
นักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่า การอุ่นขึ้นของอาร์กติกอาจรบกวนระบบสภาพอากาศของโลก และเพิ่มความเสี่ยงต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนเหนือของโลก
นอกจากนี้ รายงานยังคาดการณ์ว่า หลายพื้นที่ในซีกโลกเหนือจะมีฝนตกมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวตลอด 5 ปีข้างหน้า รวมถึงยุโรปเหนือ อะแลสกา ไซบีเรีย และภูมิภาคซาเฮลของแอฟริกา ที่อาจเผชิญฝนตกหนักในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ในทางตรงกันข้าม พื้นที่ป่าอเมซอนกลับมีแนวโน้มเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งมากขึ้น
ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ยังคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังแรงอาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวปีนี้ และอาจยาวต่อเนื่องไปถึงปี 2027 ซึ่งจะยิ่งผลักดันให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น จากความร้อนสะสมในมหาสมุทรแปซิฟิก
รายงานล่าสุดของ WMO และ UK Met Office สะท้อนชัดว่า โลกกำลังเข้าใกล้จุดวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศมากขึ้นทุกปี แม้การทะลุเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียสเพียงชั่วคราวจะยังไม่ถือว่าความพยายามล้มเหลวทั้งหมด แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่า เวลาสำหรับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและชะลอภาวะโลกร้อน เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
