คุกคามทางเพศในโลก Virtual กรณีศึกษา ข่มขืนร่างอวตารผิดหรือไม่?
สำนักข่าว SCMP รายงานถึงประเด็นใหม่ในโลกเสมือนจริง หลังหญิงคนหนึ่ง โพสต์บนโลกออนไลน์ว่า ร่างอวตารของเธอถูกแก๊งอวตารชายรุมข่มขืน
---คุกคามยันโลก Virtual---
หญิงคนหนึ่งในสหราชอาณาจักร เขียนข้อความในบล็อกบน Medium ระบุว่า เธอมีประสบการณ์แสนเลวร้ายในการเล่นวิดีโอเกมเสมือนจริง Horizon Worlds ที่พัฒนาโดย Meta หรือชื่อเดิมที่ทุกคนรู้จักในนาม Facebook
“ภายในไม่กี่วินาทีหลังกดเข้าเกม ฉันถูกล่วงละเมิดทั้งทางวาจาและทางเพศ จากร่างอวตารชาย 3-4 ตัว ที่มีเสียงผู้ชาย แก๊งนี้เกือบรุมข่มขืนร่างอวาตารของฉัน” เธอเขียนไว้ในบล็อกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
เธอให้รายละเอียดว่า ร่างอวาตารของตัวเองถูกร่างอวาตารชายจำนวนหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งบันทึกหน้าจอและส่งข้อความหาเธอ พูดถึงการกระทำดังกล่าวโดยบอกเธอว่า “อย่าปฏิเสธใจตัวเอง”
ทั้งนี้ หญิงคนดังกล่าว เป็นรองประธานฝ่ายวิจัยเกี่ยวกับ Metaverse ของ Kabuni Ventures บริษัทเทคโนโลยีสมจริงแห่งหนึ่ง ด้าน Meta ไม่ได้ตอบสนองต่อเรื่องดังกล่าวในทันที
---โลกเสมือนที่ผสานกับโลกจริง---
สถานีโทรทัศน์ CNBC ระบุว่า Horizon Worlds มีการสร้างโลกเสมือนจริงนับพัน โดยผู้ใช้ทุกคนสามารถสร้างและดาวน์โหลดได้ฟรี ขณะที่ Meta วางแผนที่จะสร้างรายได้จากเกม ผ่านการอำนวยความสะดวกด้านอีคอมเมิร์ซและการโฆษณา คล้ายกับการทำกำไรบนโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook และ Instagram
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา Meta ได้เปิดตัว Horizon Worlds ในสหรัฐฯ และแคนาดา โดยผู้เล่นต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป หลังจากลงเวอร์ชัน Beta ให้บุคคลที่ได้รับคำเชิญทดสอบไปแล้วเมื่อปี 2021
“แพลตฟอร์มและสื่อตัวต่อไป จะเป็นโลกอินเทอร์เน็ตที่สมจริงและเป็นตัวเป็นตนมากขึ้น ให้คุณดื่มด่ำไปกับประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่การมองดู เราเรียกสิ่งนี้ว่า metaverse” มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta กล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว หลังเปิดเผยเรื่องการรีแบรนด์ของบริษัท
Meta คือ โลกเสมือนจริงที่ร่างอวตารดิจิทัลเชื่อมต่อโลกจริง ผ่านการทำงาน การเดินทาง หรือความบันเทิง ผ่านอุปกรณ์ VR
---ร่างอวตารดูดีมีชัยไปกว่าครึ่ง---
หลังจากโพสต์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นีนา เจน พาเทลเล่าว่า เธอได้รับความคิดเห็นที่บอกว่า มันเป็นการเรียกร้องความสนใจ และขอให้เธอไม่เลือกร่างอวตารเป็นผู้หญิงในครั้งต่อไป ขณะที่คนอื่น ๆ ตั้งคำถามว่า การได้รับความบอบช้ำในโลกเสมือนเป็นเรื่องที่น่ากังวลเสียยิ่งกว่า
เพื่อเป็นการตอบสนองต่อการกระทำดังกล่าว พาเทลอ้างถึงผลการศึกษาเมื่อปี 2009 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Communication Research พูดถึงเรื่อง “Proteus Effect” ซึ่งพบว่า พฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์ขึ้นอยู่กับความน่าดึงดูดใจของร่างอวาตาร ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์
ผู้เล่นที่มีร่างอวาตารที่ดูดีและน่าดึงดูด มักมีแนวโน้มว่าจะไปได้ดีในโลกเสมือน และหลังจากนั้น จะเริ่มเจรจาต่อรองด้วยตนเองอย่างจริงจังมากขึ้น
---ความรุนแรงที่อาจข้ามสู่โลกจริง---
ก่อนหน้านี้ American Psychological Association ตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างวิดีโอเกมที่มีความรุนแรงกับพฤติกรรมรุนแรงนอกจอ โดยระบุว่า มี “หลักฐานไม่เพียงพอ” เกี่ยวกับเรื่องนี้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หัวข้อนี้มีการถกเถียงและศึกษาอย่างกว้างขวาง การศึกษาระยะยาวบางงานแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างวิดีโอเกมที่มีเนื้อหารุนแรง กับสัญญาณความก้าวร้าวในเด็ก ขณะเดียวกันก็มีงานวิจัยอื่น ๆ ที่โต้แย้งเรื่องนี้
พาเทล ชี้ให้เห็นว่า metaverse กำลังผสานเข้ากับโลกจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ และการล่วงละเมิดทางเพศที่เธอเผชิญในร่างอวตาร ทำให้เธอตกใจและโกรธเคือง
---โลกเสมือนที่มีผลทางจิตใจ---
โจเซฟ โจนส์ ประธาน Bosco Legal Services หน่วยงานสอบสวนที่เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์และโซเชียลมีเดีย กล่าวว่า พาเทลไม่น่าจะมีหลักฐานทางกฎหมายที่เพียงพอสำหรับการคุกคามทางเพศ แต่เขายอมรับว่า การคุกคามใน metaverse เป็นเรื่องใหม่มาก ๆ
เขาระบุว่า คดีนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความคิดเห็นที่เฉพาะเจาะจงของบุคคลดังกล่าว และการที่ร่างอวาตารของพาเทลเปิดเผยข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ เป็นต้น
โจนส์ยังระบุว่า เนื่องจากเธอมีผู้ติดตามไม่มาก แทบเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาท แต่เธอสามารถยื่นคำสั่งควบคุมตัวทางแพ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก
เขากล่าวว่า แต่ยังมีความท้าทายเหลืออยู่ เพราะร่างอวาตารชายอาจไม่ระบุตัวตนและอาจติดตามได้ยาก อีกทั้งการขอความช่วยเหลือในกรณีเช่นนี้ก็อาจเป็นเรื่องยากเช่นกัน
“การล่วงละเมิดส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ แม้จะฟ้องคดีอาญาได้ แต่คุณจะถูกกดดันอย่างหนัก ผมพูดได้เลยว่า แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีหน่วยงานใดที่เต็มใจช่วยเหลือ” โจนส์ กล่าว
—————
แปล-เรียบเรียง: พัชรี จันทร์แรม
ภาพ: Christine Sandu / Unsplash