รีเซต

คำเตือนถึงคนไทย ปีนี้ "รายได้" เสี่ยงติดลบ เกษตรกรอ่วมสุด เจอเอลนีโญเขย่าผลผลิต

คำเตือนถึงคนไทย ปีนี้ "รายได้" เสี่ยงติดลบ เกษตรกรอ่วมสุด เจอเอลนีโญเขย่าผลผลิต
TNN ช่อง16
21 พฤษภาคม 2569 ( 08:00 )

 “รายได้แรงงานไทย” เสี่ยงติดลบครั้งแรกในรอบหลายปี เกษตรกรหนักสุด เจอเอลนีโญซ้ำ


ปี 2569 อาจกลายเป็นอีกหนึ่งปีที่ไม่ง่ายสำหรับคนไทยจำนวนมาก หลังธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ออกมาส่งสัญญาณเตือนว่า “รายได้แรงงานไทย” มีแนวโน้มติดลบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาคท่องเที่ยวที่ชะลอตัว รวมถึงวิกฤตภัยแล้งหรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากเอลนีโญที่กำลังจ่อกระทบภาคเกษตรไทยอย่างรุนแรง


น.ส.ปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า รายได้แรงงานไทยในปี 2569 มีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อยที่ -0.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ตัวเลขจะดูเหมือนไม่มาก แต่หากย้อนกลับไปดูในอดีต จะพบว่านี่คือสัญญาณชะลอตัวที่ชัดเจน เพราะในช่วงปี 2558-2562 รายได้แรงงานไทยเคยเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 4.7% นั่นหมายความว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญภาวะที่ “รายได้โตไม่ทันรายจ่าย” และในบางกลุ่ม รายได้กำลังลดลงจริงๆ


ท่องเที่ยวสะดุด กระทบแรงงานบริการทั้งระบบ


หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ ธปท. มองว่าเป็นตัวกดดันรายได้แรงงานไทย คือ การชะลอตัวของภาคท่องเที่ยว แม้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เริ่มส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ


เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา คือ รายได้ของแรงงานบริการเริ่มได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ รถโดยสาร ร้านค้า รวมถึงแรงงานอิสระที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยว ต่างได้รับผลกระทบพร้อมกัน โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบและผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มักไม่มีรายได้ประจำ ไม่มีสวัสดิการรองรับ และมีความเปราะบางทางเศรษฐกิจสูงกว่ากลุ่มอื่น


ลูกจ้างยังโต แต่โตช้าหนัก


หากแยกดูตามกลุ่มแรงงาน จะพบว่ากลุ่ม “ลูกจ้าง” แม้รายได้ยังเติบโต แต่เริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ปี 2568 รายได้ของกลุ่มลูกจ้างขยายตัวถึง 3.2% แต่ในปี 2569 ธปท.คาดว่าจะเหลือเพียง 0.9% ขณะที่ในอดีต ช่วงปี 2558-2562 รายได้ของกลุ่มลูกจ้างเคยเติบโตเฉลี่ยราว 4.1% ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ตลาดแรงงานไทยเริ่มสูญเสียแรงส่งทางเศรษฐกิจ


ที่สำคัญ กลุ่มลูกจ้างถือเป็นแรงงานหลักของประเทศ เพราะมีสัดส่วนถึง 59% ของรายได้แรงงานทั้งหมด เมื่อรายได้ของคนกลุ่มใหญ่เติบโตช้าลง ย่อมกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศโดยตรง


 ฟรีแลนซ์-อาชีพอิสระ ปีนี้รายได้เริ่มติดลบ


อีกกลุ่มที่น่ากังวลไม่แพ้กัน คือ กลุ่มฟรีแลนซ์ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ธปท. ประเมินว่า รายได้ของแรงงานกลุ่มนี้ในปี 2569 จะหดตัว -0.3% ต่างจากช่วงก่อนโควิด-19 ที่ฟรีแลนซ์เคยเป็นกลุ่มที่รายได้เติบโตโดดเด่น เฉลี่ยสูงถึง 8% แรงงานอิสระในไทยจำนวนมากพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว การค้าขาย และบริการ ซึ่งล้วนเป็นภาคเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว ขณะที่การแข่งขันสูงขึ้น แต่กำลังซื้อกลับลดลง กลุ่มฟรีแลนซ์มีสัดส่วนประมาณ 31% ของรายได้แรงงานทั้งหมด นั่นหมายความว่า หากรายได้ของคนกลุ่มนี้ลดลง ก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


หนักสุดปีนี้ “เกษตรกรไทย”


แต่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในปีนี้ คือ “เกษตรกร” ธปท. ประเมินว่า รายได้เกษตรกรในปี 2569 จะหดตัวถึง -8.5% ต่อเนื่องจากปี 2568 ที่ติดลบไปแล้ว -6.6% ถือเป็นการหดตัวต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในสัญญาณอันตรายของเศรษฐกิจฐานรากไทย ปัจจัยสำคัญ คือ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้หลายพื้นที่ของไทยเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และเสี่ยงเกิดภัยแล้งรุนแรง น้ำถือเป็นหัวใจสำคัญของภาคเกษตรกรรม เมื่อปริมาณน้ำลดลงหรือไม่เป็นปกติ ย่อมกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรโดยตรง ทั้งข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด ต่างเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน


"เอลนีโญ" ซ้ำเติมเศรษฐกิจฐานราก


ปัญหาของเอลนีโญไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ผลผลิตลดลง” แต่ยังทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก เกษตรกรจำนวนมากต้องแบกรับค่าไฟ ค่าเครื่องสูบน้ำ ค่าน้ำมัน รวมถึงต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ขณะที่ผลผลิตกลับมีโอกาสเสียหายจากอุณหภูมิสูงผิดปกติและฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล


ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ภาคเกษตรยังมีแรงงานมากกว่า 11 ล้านคน หรือเกือบหนึ่งในสามของกำลังแรงงานทั้งประเทศ แม้ภาคเกษตรจะมีสัดส่วนต่อ GDP ไทยไม่สูงมากนัก แต่ถือเป็นฐานรายได้สำคัญของครัวเรือนในต่างจังหวัด ดังนั้นเมื่อรายได้เกษตรกรลดลง ผลกระทบจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ในไร่นา แต่ลามไปถึงการบริโภคในภูมิภาค ร้านค้าในชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยรวม


รายได้ลด แต่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้น


สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กัน คือ แม้รายได้คนไทยกำลังชะลอตัว แต่ค่าครองชีพกลับยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนด้านพลังงาน ธปท. ระบุว่า ไทยยังพึ่งพาพลังงานและวัตถุดิบจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง ดังนั้นเมื่อเกิดสงครามหรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันโลกจึงมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นทันที และเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ผลกระทบจะไม่ได้เกิดเฉพาะคนที่เติมน้ำมันรถเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงค่าขนส่ง ต้นทุนสินค้า ค่าอาหาร และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจทั้งหมด ตั้งแต่ร้านอาหาร โรงงาน SMEs ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อย สุดท้ายต้นทุนเหล่านี้จะถูกส่งต่อมายังผู้บริโภคในรูปของ “ค่าครองชีพที่แพงขึ้น”



หนี้ครัวเรือนไทย ยังเป็นระเบิดเวลา


ปัญหาที่ซ้ำเติมสถานการณ์ทั้งหมด คือ หนี้ครัวเรือนไทยที่ยังอยู่ในระดับสูง หลายครัวเรือนกำลังเผชิญสถานการณ์ “รายได้ลด แต่ภาระหนี้เท่าเดิม” ทั้งหนี้บ้าน หนี้รถ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อรายได้ชะลอ คนไทยจำนวนมากจึงเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย ธปท. คาดว่า การบริโภคภาคเอกชนในปี 2569 จะขยายตัวเพียง 1.6% ลดลงจาก 2.7% ในปี 2568 ตัวเลขนี้สะท้อนว่ากำลังซื้อในประเทศกำลังอ่อนแรงลงอย่างชัดเจน


เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ “แรงกดดันรอบด้าน”


ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 กำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานผันผวน ภาคท่องเที่ยวที่เริ่มสะดุด ภัยแล้งหรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงจากเอลนีโญ รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง เมื่อทุกปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน สิ่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุด ก็คือ “รายได้ของคนไทย" โดยเฉพาะคนฐานราก เกษตรกร และแรงงานอิสระ


ความหวังยังมี แต่ต้องจับตาความเสี่ยงใหม่


อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยยังมองว่า ในปีหน้า รายได้แรงงานไทยอาจกลับมาฟื้นตัวได้ หากสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง ทั้งภาคท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัว ราคาพลังงานที่ลดลง รวมถึงสภาพอากาศที่เอื้อต่อภาคเกษตรมากขึ้น แต่คำถามสำคัญ คือ หากวิกฤตต่างๆ ยังยืดเยื้อ หรือเกิดแรงกระแทกใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติม เศรษฐกิจครัวเรือนไทยจะรับมือไหวหรือไม่ เพราะในวันที่รายได้ไม่โตเหมือนเดิม แต่รายจ่ายยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความเปราะบางทางเศรษฐกิจของคนไทยอาจกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของประเทศในระยะต่อจากนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง