รีเซต

"ศุภจี" ชี้แจง สหรัฐฯเก็บภาษีไทย 12.5% ชี้สินค้าได้รับการยกเว้นกว่า 2,120 รายการ

"ศุภจี" ชี้แจง สหรัฐฯเก็บภาษีไทย 12.5% ชี้สินค้าได้รับการยกเว้นกว่า 2,120 รายการ
TNN ช่อง16
24 กรกฎาคม 2569 ( 11:45 )
14

"พาณิชย์" ชี้แจงด่วน กรณีสหรัฐฯเก็บภาษีมาตรา 301 สินค้าไทย 12.5% ชี้เพิ่มจริงแค่ 2.5% จากเดิม ย้ำสินค้ากว่าครึ่งยังได้รับยกเว้น พร้อมเดินหน้าเจรจาต่อ 


กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการภาษีภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 กับประเทศไทย โดยยืนยันว่าอัตราภาษี 12.5% ที่ประกาศล่าสุด ไม่ใช่การจัดเก็บเพิ่มจากศูนย์ แต่เป็นการปรับเพิ่มจากมาตรการเดิมที่สหรัฐฯเรียกเก็บภายใต้มาตรา 122 ในอัตรา 10% ซึ่งหมดอายุเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้ภาระภาษีของสินค้าไทยเพิ่มขึ้นจริงเพียง 2.5%


กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า เดิมสหรัฐฯใช้มาตรา 122 เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากอัตราปกติ (MFN) ในอัตรา 10% กับสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้มาตรา 301 ซึ่งเปิดการไต่สวนประเทศคู่ค้ารวมทั้งไทยใน 2 ประเด็น ได้แก่ กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) และการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ (Failure to Impose and Effectively Enforce a Prohibition on the Importation of Goods Produced with Forced Labor)


ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ สหรัฐฯได้ประกาศผลการไต่สวนกรณีแรงงานบังคับ โดยกำหนดอัตราภาษีเพิ่มเติมที่ 10% และ 12.5% ซึ่งประเทศไทย รวมถึงอีก 37 ประเทศ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และจีน ถูกจัดเก็บในอัตรา 12.5% เพิ่มจากอัตราภาษีปกติ (MFN) และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ


อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯได้ยกเว้นสินค้าจากไทยจำนวน 2,120 รายการ ไม่ต้องเสียภาษีเพิ่ม 12.5% คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังสหรัฐฯ โดยสินค้าที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ วงจรรวม (IC) ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ชิ้นส่วนอากาศยาน ยางธรรมชาติ ยางแผ่นและยางแท่ง แป้งมันสำปะหลัง สับปะรดสดและแปรรูป ผลไม้สดและผลไม้แห้ง มะพร้าวและน้ำมะพร้าว รวมถึงน้ำตาลจากอ้อย


นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการเจรจากับสหรัฐฯเปิดเผยว่า รัฐบาลยังเดินหน้าหารือกับสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายและรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในฐานะหุ้นส่วนระยะยาว


ทั้งนี้ ไทยไม่ได้มุ่งเพียงให้การเจรจาเสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่ต้องเป็นข้อตกลงที่สมดุล ไม่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ ประโยชน์สาธารณะ และยังคงรักษาอำนาจในการกำหนดนโยบายของภาครัฐ




ด้าน ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แม้อัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 จะอยู่ที่ 12.5% แต่เมื่อเทียบกับภาษีเดิมภายใต้มาตรา 122 ที่จัดเก็บอยู่ 10% ภาระภาษีของไทยจึงเพิ่มขึ้นเพียง 2.5% เท่านั้น อีกทั้งสินค้ากว่า 2,120 รายการยังได้รับการยกเว้น จึงเชื่อว่าสินค้าไทยยังสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐได้


อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังติดตามการไต่สวนอีกประเด็นหนึ่งภายใต้มาตรา 301 คือ กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ซึ่งครอบคลุม 16 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยสหรัฐฯยังไม่ได้ประกาศผลการพิจารณาและอัตราภาษีเพิ่มเติมในส่วนนี้







ในระหว่างนี้ ไทยยังเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) กับสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองฝ่าย แม้กระบวนการหารือของไทยอาจใช้เวลานานกว่าบางประเทศ เนื่องจากไทยมีข้อจำกัดด้านกฎหมายและประเด็นอ่อนไหวที่ไม่สามารถผ่อนปรนได้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และผลประโยชน์ของประชาชน


กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า การกำหนดท่าทีของไทยจะยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง มาตรการภาษีสำหรับผู้ส่งออก การลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ การส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ ตลอดจนเร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นของภาคการค้าไทยในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง