รีเซต

ชิปแพงพุ่ง 600% วิกฤตขาดแคลนสะเทือนโลก

ชิปแพงพุ่ง 600% วิกฤตขาดแคลนสะเทือนโลก
TNN ช่อง16
16 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:41 )
10

กลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะผู้ผลิตจีน กำลังเตรียมรับมือกับ วิกฤตหน่วยความจำ เมื่อราคาหน่วยความจำ หรือชิปที่พุ่งสูงกำลังคุกคามการผลิตสมาร์ตโฟน, คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) และชะลอการขยายเครือข่ายของบรอดแบนด์ อีกด้วย 

เชาต์ไชน่า มอร์นิง โพสต์ รายงานว่า ข้อมูลใหม่จาก TrendForce และ Counterpoint Research ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เนื่องจากราคาหน่วยความจำพุ่งสูง ท่ามกลางภาวะขาดแคลน อันเกิดจากความต้องการที่ไม่หยุดยั้งของศูนย์ข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์ 

ตามข้อมูลของ Counterpoint พบว่า ราคาหน่วยความจำปรับตัวขึ้นไปมากกว่า 6 เท่า (600%) ในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้น ไปจนถึงเราเตอร์และกล่องรับสัญญาณทีวี ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมาก ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด 

ข้อมูลของ TrendForce รายงานว่า ต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะกดดันการผลิตสมาร์ตโฟนทั่วโลกในปี 2026 โดยการผลิตจะลดลงราวร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือประมาณ 1,100 ล้านเครื่อง

นั่นทำให้ผู้ผลิตในประเทศที่มุ่งเน้นตลาดระดับเริ่มต้น ซึ่งเป็นตลาดกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคา อย่างแบรนด์ Xiaomi และ Transsion มีความเสี่ยงสูงต่อความผันผวนของต้นทุน และมีแนวโน้มที่จะเห็นการปรับลดการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ และทั้งสองบริษัท ก็ได้เริ่มปรับลดเป้าหมายการจัดส่งสำหรับปี 2026 นี้แล้ว 

โดย Xiaomi ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ได้ปรับลดคำสั่งจัดส่งล่าสุดสำหรับซัพพลายเออร์ต้นน้ำ 10-70 ล้านเครื่อง ขณะที่ Transsion ในเซินเจิ้นได้ลดเป้าหมายรายปี 30-45 ล้านเครื่อง

สำหรับสินค้ากลุ่ม พีซี รอยเตอร์ส รายงานว่า เลอโนโว กรุ๊ป (Lenovo Group) ผู้ผลิต พีซี รายใหญ่สุดของโลก ออกมาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บอกว่าปีนี้ มีแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อยอดการส่งมอบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤตการขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่รุนแรงขึ้น และกำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอย่างหนัก

โดย Yang Yuanqing ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เลอโนโว กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์เพื่อชดเชยต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูงแล้ว พร้อมกับเร่งขยายฐานเข้าสู่ตลาด การอนุมานด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI inference ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

และคาดการณ์ว่า บริษัทฯ จะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นต่อยอดขาย พีซี แต่เชื่อมั่นว่าจะยังคงสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ และรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ 

อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นดังกล่าว ได้ตอกย้ำถึงความตึงเครียดของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล จากปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ ที่กำลังบีบคั้นทั้งอัตรากำไร และเป้าหมายการผลิต 

ภายใต้แรงกดดันเดียวกันนั้น นิกเคอิ เอเชีย รายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน บอกว่า ผู้ผลิต คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ทั้ง HP, Dell, Acer และ Asus กำลังพิจารณาจัดหาชิปหน่วยความจำจากผู้ผลิตชิปของจีนเป็นครั้งแรก ท่ามกลางภาวะการขาดแคลนทั่วโลก ที่กำลังคุกคามการเปิดตัวสินค้าใหม่ และผลักดันต้นทุนของอุตสาหกรรมให้สูงขึ้น 

นิเคอิ รายงานโดย อ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิด ระบุว่า HP ได้เริ่มกระบวนการรับรองผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของจีน ที่ชื่อว่า ChangXin Memory Technologies หรือ CXMT เพื่อขยายทางเลือกด้านซัพพลาย โดยจะติดตามสถานการณ์ต่อไปจนถึงกลางปี 2026 และหากการจัดหาหน่วยความจำ DRAM (ดี-แรม) ยังคงตึงตัวและราคายังคงปรับขึ้นต่อไป ก็มีแนวโน้มที่จะเริ่มจัดหาจาก CXMT เป็นครั้งแรกสำหรับตลาดนอกสหรัฐฯ 

ด้าน Dell ก็เช่นเดียวกัน กำลังอยู่ในขั้นตอนการรับรองผลิตภัณฑ์ DRAM (ดี-แรม) ของ CXMT เนื่องจากกังวลว่าราคาหน่วยความจำจะยังคงพุ่งสูงตลอดทั้งปีนี้

ส่วน Acer ก็เปิดกว้างต่อการใช้ชิปหน่วยความจำที่ผลิตในจีน หากผู้รับเหมาจีนเป็นผู้จัดซื้อ

ขณะเดียวกัน Asus ก็ได้ร้องขอให้พันธมิตรการผลิตในจีนช่วยจัดหาชิปหน่วยความจำสำหรับโน้ตบุ๊กบางรุ่นเช่นกัน 

นอกจากนี้ Counterpoint Research รายงานด้วยว่า อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับ บรอดแบนด์ ก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่รุนแรงยิ่งขึ้น โดยราคาหน่วยความจำสำหรับผู้บริโภค ที่ใช้ในเครื่อง เราเตอร์ และกล่องรับสัญญาณทีวี ได้พุ่งขึ้นเกือบ 7 เท่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ต้นทุนหน่วยความจำ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของต้นทุน เราเตอร์ ซึ่งปีที่แล้วเพิ่มขึ้นเพียง ร้อยละ 3 แต่ปีนี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นมาก 

สถานการณ์ดังกล่าว อาจทำให้การขยายเครือข่าย 5G ที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นในจีน โดยผู้ให้บริการรายใหญ่ ได้แก่ China Mobile, China Telecom และ China Unicom มีความซับซ้อนมากขึ้น

โดยผู้ให้บริการ มีแนวโน้มที่จะเผชิญต้นทุนการจัดซื้อที่สูงขึ้นสำหรับเราเตอร์ และกล่องรับสัญญาณทีวี ขณะที่ วิกฤตยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งอาจทำให้กำหนดการติดตั้งล่าช้าออกไปอีก

ในเรื่องนี้ Counterpoint กล่าวว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคม จำเป็นต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบว่าผู้ผลิตอุปกรณ์รายใดมีซัพพลายเพียงพอ และเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนชิ้นส่วนต่อเนื่อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง