รีเซต

8 แสนเสียงที่เสี่ยงหาย กับวันชี้ชะตาสิทธิประชาชน 3 กุมภาพันธ์

8 แสนเสียงที่เสี่ยงหาย กับวันชี้ชะตาสิทธิประชาชน 3 กุมภาพันธ์
TNN ช่อง16
3 กุมภาพันธ์ 2569 ( 09:52 )
14

8 แสนเสียงที่เสี่ยงหาย กับวันชี้ชะตาสิทธิประชาชน 3 กุมภาพันธ์

วันนี้ 3 กุมภาพันธ์ เป็นวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลปกครองในคดีที่ประชาชนยื่นฟ้อง เพื่อขอให้คุ้มครองสิทธิของผู้มีสิทธิกว่า 8 แสนคน ซึ่งลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว แต่กลับเสี่ยงเสียสิทธิออกเสียงประชามติจากข้อจำกัดของการลงทะเบียนนอกเขตที่เปิดเพียง 3 วัน และระบบที่ไม่รองรับการใช้งานจริง

คำวินิจฉัยที่กำลังจะเกิดขึ้น ถูกจับตามองในฐานะคำตอบสำคัญว่า เมื่อกติกาที่รัฐออกแบบส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก สิทธิทางการเมืองจะได้รับการคุ้มครองในระดับใด



เจตจำนงชัด แต่ระบบไม่รองรับ

กรณีนี้แตกต่างจากข้อพิพาทเลือกตั้งทั่วไปตรงที่ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบไม่ได้เพิกเฉยต่อหน้าที่พลเมือง ตรงกันข้าม พวกเขาเป็นกลุ่มที่แสดงเจตจำนงชัดเจนที่สุดในการใช้สิทธิ ด้วยการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะทราบดีว่าไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันจริงได้

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อการลงทะเบียนประชามตินอกเขตถูกแยกออกมาเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง มีกรอบเวลาที่แคบกว่า และมีเงื่อนไขเฉพาะตัว เมื่อระบบขัดข้องและการสื่อสารไม่ชัดเจน เจตจำนงของประชาชนจำนวนมากจึงไม่ถูกแปลงเป็นสิทธิในทางปฏิบัติ

คำถามที่ศาลต้องพิจารณาในวันนี้ ครอบคลุมมากกว่าความถูกต้องตามระเบียบ แต่รวมถึงความเหมาะสมของการออกแบบขั้นตอนที่เปิดช่องให้ประชาชนหลุดออกจากกระบวนการได้ง่าย


หน้าที่ตามกฎหมาย กับความเป็นจริงของชีวิตคนทำงาน

กฎหมายกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติ พร้อมบทลงโทษหากไม่ไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร

กรณีของคนกว่า 8 แสนคนกลับตั้งอยู่บนความย้อนแย้ง พวกเขาพยายามทำตามหน้าที่โดยการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่เงื่อนไขเพิ่มเติมกลับทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิประชามติได้จริงในทางปฏิบัติ

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตีความว่า เมื่อการไม่สามารถใช้สิทธิเกิดจากข้อจำกัดของระบบรัฐเอง เหตุเช่นนี้ควรถูกมองเป็น “เหตุอันสมควร” หรือไม่ และใครควรเป็นผู้รับภาระจากความบกพร่องดังกล่าว


เสียงที่หายไป กับความหมายของผลประชามติ

ในเชิงตัวเลข 8 แสนเสียงอาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับผู้มีสิทธิทั้งประเทศ แต่ในเชิงการเมือง กลุ่มนี้คือผู้ที่ติดตามสถานการณ์ มีความตื่นตัว และตั้งใจเข้าร่วมกระบวนการตัดสินใจของประเทศ

หากเสียงของกลุ่มนี้ไม่ปรากฏอยู่ในผลประชามติ คำถามเรื่องความครบถ้วนของเจตจำนงประชาชนย่อมตามมา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผลออกมาใกล้เคียง ความชอบธรรมของกระบวนการย่อมถูกนำมาพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ศาลปกครองในฐานะผู้ชี้ขาด

การที่ประชาชนต้องหันไปพึ่ง ศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้บทบาทของตุลาการถูกจับตาอย่างใกล้ชิด

ศาลต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการรักษาความเป็นระเบียบของกระบวนการ กับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนจำนวนมาก คำพิพากษาในวันนี้อาจกลายเป็นแนวทางสำคัญว่า เมื่อกติกาทางการเมืองสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ศาลสามารถเข้าไปกำหนดทิศทางได้มากเพียงใด


คำถามปลายทางของวันที่ 3 กุมภาพันธ์

ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาในทิศทางใด ข้อเท็จจริงยังคงอยู่ มีประชาชนจำนวนมากที่ตั้งใจใช้สิทธิ แต่ระบบไม่สามารถรองรับพวกเขาได้

หากศาลคุ้มครองสิทธิ นั่นหมายถึงการยืนยันว่าหลักสิทธิประชาชนยังมีน้ำหนักเหนือข้อจำกัดทางเทคนิค
หากศาลไม่คุ้มครอง คำถามเรื่องคุณภาพของกระบวนการประชามติย่อมยังค้างอยู่ในสังคม

และคำถามที่ผู้อ่านหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ

ในระบบที่ประชาชนต้องวิ่งตามกติกาของรัฐ
เสียงของคนที่ตั้งใจใช้สิทธิ ควรถูกปล่อยให้หลุดหายตั้งแต่ต้นทางหรือไม่

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง