8 แสนเสียงที่เสี่ยงหาย กับวันชี้ชะตาสิทธิประชาชน 3 กุมภาพันธ์

8 แสนเสียงที่เสี่ยงหาย กับวันชี้ชะตาสิทธิประชาชน 3 กุมภาพันธ์
วันนี้ 3 กุมภาพันธ์ เป็นวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลปกครองในคดีที่ประชาชนยื่นฟ้อง เพื่อขอให้คุ้มครองสิทธิของผู้มีสิทธิกว่า 8 แสนคน ซึ่งลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว แต่กลับเสี่ยงเสียสิทธิออกเสียงประชามติจากข้อจำกัดของการลงทะเบียนนอกเขตที่เปิดเพียง 3 วัน และระบบที่ไม่รองรับการใช้งานจริง
คำวินิจฉัยที่กำลังจะเกิดขึ้น ถูกจับตามองในฐานะคำตอบสำคัญว่า เมื่อกติกาที่รัฐออกแบบส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก สิทธิทางการเมืองจะได้รับการคุ้มครองในระดับใด
เจตจำนงชัด แต่ระบบไม่รองรับ
กรณีนี้แตกต่างจากข้อพิพาทเลือกตั้งทั่วไปตรงที่ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบไม่ได้เพิกเฉยต่อหน้าที่พลเมือง ตรงกันข้าม พวกเขาเป็นกลุ่มที่แสดงเจตจำนงชัดเจนที่สุดในการใช้สิทธิ ด้วยการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะทราบดีว่าไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันจริงได้
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อการลงทะเบียนประชามตินอกเขตถูกแยกออกมาเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง มีกรอบเวลาที่แคบกว่า และมีเงื่อนไขเฉพาะตัว เมื่อระบบขัดข้องและการสื่อสารไม่ชัดเจน เจตจำนงของประชาชนจำนวนมากจึงไม่ถูกแปลงเป็นสิทธิในทางปฏิบัติ
คำถามที่ศาลต้องพิจารณาในวันนี้ ครอบคลุมมากกว่าความถูกต้องตามระเบียบ แต่รวมถึงความเหมาะสมของการออกแบบขั้นตอนที่เปิดช่องให้ประชาชนหลุดออกจากกระบวนการได้ง่าย
หน้าที่ตามกฎหมาย กับความเป็นจริงของชีวิตคนทำงาน
กฎหมายกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติ พร้อมบทลงโทษหากไม่ไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร
กรณีของคนกว่า 8 แสนคนกลับตั้งอยู่บนความย้อนแย้ง พวกเขาพยายามทำตามหน้าที่โดยการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่เงื่อนไขเพิ่มเติมกลับทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิประชามติได้จริงในทางปฏิบัติ
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การตีความว่า เมื่อการไม่สามารถใช้สิทธิเกิดจากข้อจำกัดของระบบรัฐเอง เหตุเช่นนี้ควรถูกมองเป็น “เหตุอันสมควร” หรือไม่ และใครควรเป็นผู้รับภาระจากความบกพร่องดังกล่าว
เสียงที่หายไป กับความหมายของผลประชามติ
ในเชิงตัวเลข 8 แสนเสียงอาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับผู้มีสิทธิทั้งประเทศ แต่ในเชิงการเมือง กลุ่มนี้คือผู้ที่ติดตามสถานการณ์ มีความตื่นตัว และตั้งใจเข้าร่วมกระบวนการตัดสินใจของประเทศ
หากเสียงของกลุ่มนี้ไม่ปรากฏอยู่ในผลประชามติ คำถามเรื่องความครบถ้วนของเจตจำนงประชาชนย่อมตามมา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผลออกมาใกล้เคียง ความชอบธรรมของกระบวนการย่อมถูกนำมาพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ศาลปกครองในฐานะผู้ชี้ขาด
การที่ประชาชนต้องหันไปพึ่ง ศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้บทบาทของตุลาการถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
ศาลต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการรักษาความเป็นระเบียบของกระบวนการ กับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนจำนวนมาก คำพิพากษาในวันนี้อาจกลายเป็นแนวทางสำคัญว่า เมื่อกติกาทางการเมืองสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ศาลสามารถเข้าไปกำหนดทิศทางได้มากเพียงใด
คำถามปลายทางของวันที่ 3 กุมภาพันธ์
ไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมาในทิศทางใด ข้อเท็จจริงยังคงอยู่ มีประชาชนจำนวนมากที่ตั้งใจใช้สิทธิ แต่ระบบไม่สามารถรองรับพวกเขาได้
หากศาลคุ้มครองสิทธิ นั่นหมายถึงการยืนยันว่าหลักสิทธิประชาชนยังมีน้ำหนักเหนือข้อจำกัดทางเทคนิค
หากศาลไม่คุ้มครอง คำถามเรื่องคุณภาพของกระบวนการประชามติย่อมยังค้างอยู่ในสังคม
และคำถามที่ผู้อ่านหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ
ในระบบที่ประชาชนต้องวิ่งตามกติกาของรัฐ
เสียงของคนที่ตั้งใจใช้สิทธิ ควรถูกปล่อยให้หลุดหายตั้งแต่ต้นทางหรือไม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
