รีเซต

ประยุทธ์ แนะ ใช้เวลาในห้องแอร์-ใช้เวลากินข้าวให้น้อยที่สุด หวังสกัด 'โอมิครอน'

ประยุทธ์ แนะ ใช้เวลาในห้องแอร์-ใช้เวลากินข้าวให้น้อยที่สุด หวังสกัด 'โอมิครอน'
ข่าวสด
31 ธันวาคม 2564 ( 10:49 )
22
ประยุทธ์ แนะ ใช้เวลาในห้องแอร์-ใช้เวลากินข้าวให้น้อยที่สุด หวังสกัด 'โอมิครอน'

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำ ประชาชนเข้มมาตรการป้องกันโควิด ฉลองส่งท้ายปี หลัง "โอมิครอน" มีแนวโน้มเพิ่มสูงในประเทศไทยมากขึ้นกว่าเดิม

 

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขอให้ประชาชนเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2565 อย่างมีความสุข โดยเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนต้องดูแลระมัดระวังป้องกันตนเองด้วยการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขแบบครอบจักรวาล ขั้นสูงสุดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 และสายพันธุ์โอมิครอน โดยเฉพาะการใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าอยู่เสมอ

 

เนื่องจากขณะนี้พบคลัสเตอร์ที่มีการติดเชื้อ โควิด-19 มาจากปัจจัยเสี่ยงในร้านที่เป็นห้องปรับอากาศ ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี และมีการตรวจพบเชื้อโควิดอยู่ในเครื่องปรับอากาศ และควรใช้เวลาในการรับประทานอาหารให้น้อยที่สุด เพราะช่วงเวลาการรับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่ม ที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน ทำให้ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเป็นเวลานาน และระหว่างที่ไม่รับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ให้สวมใส่หน้ากากตลอดเวลา เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้อย่างมาก

 

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯเชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนดให้มากขึ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งขณะนี้สามารถที่จะ วอล์กอิน ไปรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 ที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลต่าง ๆ ที่ได้มีการประกาศให้ลงทะเบียนจองคิวฉีดวัคซีนได้แล้ว เพราะจะช่วยลดอาการรุนแรงของโรคได้หากติดเชื้อ และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการที่จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้อีกด้วย ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก คาดการณ์ว่า หากสามารถฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรทั่วโลกได้ร้อยละ 70 จะสามารถช่วยให้การหยุดยั้งการแพร่ระบาดเร็วขึ้น

 

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทย วันที่ 31 ธ.ค.พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม รวม 3,111 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 2,194,572 ราย หายป่วยกลับบ้านแล้ว 3,241 ราย ทำให้ตัวเลขรวมหายป่วยสะสม 2,141,068 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.มีผู้ป่วยกำลังรักษา 33,243 ราย และเสียชีวิต 26 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง