พายุยาอาส ซัดถล่มแนวกั้นหลุม "ไข่เต่าตนุ" หาดแหลมไผ่ เน่าหลายสิบฟอง เร่งย้ายที่ฟัก

พายุยาอาส ซัดถล่มแนวกั้นหลุม "ไข่เต่าตนุ" หาดแหลมไผ่ เน่าหลายสิบฟอง เร่งย้ายที่ฟัก
ข่าวสด
26 พฤษภาคม 2564 ( 19:49 )
4
พายุยาอาส ซัดถล่มแนวกั้นหลุม "ไข่เต่าตนุ" หาดแหลมไผ่ เน่าหลายสิบฟอง เร่งย้ายที่ฟัก

 

พายุไซโคลนยาอาส ซัดถล่มแนวกั้นหลุม "ไข่เต่าตนุ" หาดแหลมไผ่ จ.ภูเก็ต เน่าหลายสิบฟอง จนท.เร่งย้ายที่ฟัก นำไปอนุบาลต่อยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากสิรีธารฯ

 

 

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2564 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน หรือ ศวทม.ตอนบน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์ และผู้เกี่ยวข้อง ช่วยกันนำไข่เต่าตนุขึ้นมาจากหลุมบริเวณชายหาดแหลมไผ่ บ้านแหลมพรหมเทพ หมู่ที่ 6 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งแม่เต่าได้ขึ้นมาวางไข่ไว้เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2564

 

 

 

 

หลังจากถูกคลื่นขนาดใหญ่อันเป็นผลมาจากอิทธิพลพายุไซโคลนยาอาส ซัดแนวกั้นหลุมไข่เต่าจนพังเสียหาย และมีน้ำทะเลไหลท่วมหลุมไข่เต่า จนเกิดความเสียหายและยังมีแนวโน้มของคลื่นที่ยังพัดเข้าฟังอย่างต่อเนื่อง จึงต้องเร่งดำเนินการนำไข่เต่าทั้งหมดขึ้นมาจากหลุม เพราะหากปล่อยไว้จะเกิดการเน่าเสีย โดยขุดพบไข่ทั้งหมด 108 ฟอง เป็นไข่ดี 83 ฟอง ส่วนที่เหลือเน่ากับเป็นเชื้อรา โดยเจ้าหน้าที่จะนำไข่เต่าไปอนุบาลต่อที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต

 

 

 

 

นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (26 พ.ค.) ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบริเวณไข่เต่าว่ามีคลื่นลมแรงและพัดเข้ามายังฝั่ง อันเป็นผลมาจากพายุไซโคลน จนสร้างความเสียหายให้กับแนวกั้นหลุมไข่เต่าและมีน้ำทะเลท่วมหลุมไข่เต่าด้วย จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน ทราบและมาประเมินสถานการณ์ พบว่า หากปล่อยไว้จะทำให้ไข่เต่าทั้งหมดเน่าเสียได้ จึงทำการขุดเพื่อนำไปอนุบาล คาดว่าไข่ที่เหลือดังกล่าวจะฟักเป็นลูกเต่าในอีกประมาณ 10-15 วันข้างหน้า

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง