รีเซต

คลังจับมือสภาพัฒน์ ประเมินผลสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย

คลังจับมือสภาพัฒน์ ประเมินผลสงครามตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย
TNN ช่อง16
6 เมษายน 2569 ( 19:05 )
10

กระทรวงการคลังเร่งประเมินความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ โดยจับมือสภาพัฒน์และหน่วยงานเศรษฐกิจหลัก วิเคราะห์ผลกระทบในหลายมิติ ทั้งเงินเฟ้อ ภาคธุรกิจ และกำลังซื้อของประชาชน เพื่อเตรียมมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบในระยะต่อไป

วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งหารือร่วมกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) ประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ครอบคลุมทั้งภาคธุรกิจ ภาคครัวเรือน และเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม

การประเมินดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานที่สถานการณ์ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อเกิน 1 เดือน ซึ่งต้องพิจารณาความรุนแรงในแต่ละมิติอย่างรอบด้าน เนื่องจากปัจจัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันล้วนมีผลต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

นายวินิจระบุว่า ทีมงานของกระทรวงการคลัง โดย สศค. ได้ทำงานร่วมกับสภาพัฒน์อย่างใกล้ชิด รวมถึงหารือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ว่าจะได้รับผลกระทบในระดับใด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงและคาดการณ์ได้ยาก

ขณะเดียวกัน คาดว่าในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะมีการประชุมร่วมของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สศค. สภาพัฒน์ ธปท. และสำนักงบประมาณ เพื่อกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้มีการทบทวนทุก 4 เดือน โดยขณะนี้ยังรอความชัดเจนของตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2569 ก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น นายวินิจชี้ว่า จำเป็นต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่ามาจากปัจจัยใด หากเงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายแต่กระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ ก็อาจไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่หากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นโดยที่การบริโภคยังทรงตัว ก็ถือเป็นสถานการณ์ที่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

ทั้งนี้ ข้อมูลด้านเงินเฟ้อและตัวแปรเศรษฐกิจอื่น ๆ จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินฉากทัศน์ เพื่อวิเคราะห์ว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นในระยะสั้นหรือยาว และมีทิศทางอย่างไร

ในส่วนของความกังวลเกี่ยวกับภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง ผู้อำนวยการ สศค. ยืนยันว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเชิงลึก โดยสภาพัฒน์มีเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายด้านร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญกับการรับมือผลกระทบจากวิกฤติพลังงานเป็นลำดับแรก ก่อนจะประเมินภาพรวมเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อวางแผนมาตรการรองรับในมิติอื่นได้อย่างเหมาะสม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง