รีเซต

อเมริกาเอาเครื่องบินสเตลธ์ยุคคุณปู่ F-117 ลากใช้ยาวอย่างน้อยถึงปี 2034 รับมือภัยคุกคามยุคใหม่ ?

อเมริกาเอาเครื่องบินสเตลธ์ยุคคุณปู่ F-117 ลากใช้ยาวอย่างน้อยถึงปี 2034 รับมือภัยคุกคามยุคใหม่ ?
TNN ช่อง16
20 มกราคม 2569 ( 16:07 )
8

เครื่องบินรบล่องหนจากเรดาร์หรือว่าเครื่องบินสเตลธ์รุ่นแรกของโลก ที่สหรัฐอเมริกาสร้างขึ้นมาก็คือ F-117 เป็นรุ่นพ่อของ f-22 และเป็นคุณปู่ของ f-35 ด้วยซ้ำ และตามหลักแล้ว F-117 ควรจะพักผ่อนอย่างสงบไปตั้งแต่ปี 2008 แต่จนถึงทุกวันนี้ สหรัฐอเมริกาก็ไม่เคยเลิกใช้เสียที แถมล่าสุดจะลาก F-117 ใช้ไปอีกอย่างน้อยจนถึงปี 2034

ภาพรวมเครื่องบินล่องหน Lockheed F-117

ที่มาของ F-117 คือยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต ช่วง 1970 - 1980 ในตอนนั้นจรวดต่อต้านอากาศยาน หรือ SAM ของโซเวียตนั้นทรงพลังมากในมุมมองของสหรัฐอเมริกา 

ด้วยเหตุนี้ F-117 จึงเกิดขึ้นโดยมีเป้าหมายหลักคือการเป็นเครื่องบินโจมตี แต่หลบหลีก ซ่อนเร้นจากเรดาร์อีกฝ่ายได้ และด้วยวัสดุ รูปทรงที่ฉีกจากอากาศยานทุกแบบในสมัยนั้น อีกทั้งยังไม่มีการติดตั้งเรดาร์ที่ปล่อยคลื่นสัญญาณออกมา แต่จะใช้ระบบอินฟราเรด (Thermal Imaging) และเลเซอร์ในการค้นหาเป้าหมายแทน ทำให้ค่าตัดขวางเรดาร์ หรือ Radar Cross Section: RCS อยู่ที่ 0.001 ตารางเมตร พอ ๆ กับ F-35 ที่พัฒนาในอีกเกือบ 30 ปี ให้หลังด้วยซ้ำ

ข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมของ Lockheed F-117A

  • นักบิน: 1 นาย
  • ควบคุมการบินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Fly-by-Wire)
  • น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด: 23,814 กิโลกรัม
  • เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน General Electric F404-F1D2 จำนวน 2 เครื่อง (ไม่มีระบบ Afterburner)
  • แรงขับต่อเครื่อง 47 กิโลนิวตัน 
  • ความเร็วสูงสุด 1,003 กม./ชม. หรือประมาณ 0.92 มัค
  • เพดานบินสูงสุด 13,000–14,000 เมตร
  • ช่องบรรทุกอาวุธภายใน 2 ช่อง แยกอิสระจากกัน
  • น้ำหนักบรรทุกอาวุธ 2,300 กิโลกรัม
  • อาวุธที่รองรับ
    • ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ GBU-10, GBU-12 Paveway II หรือ GBU-27
    • ระเบิดทำลายบังเกอร์
    • ระเบิดนำวิถีด้วยดาวเทียม JDAM 
    • ระเบิดนิวเคลียร์แบบ B61

การปลดประจำการ F-117

แม้ว่าสเปกในเวลานั้นจะดูล้ำสมัย ทั้งในแง่การออกแบบและการหลบหลีกเรดาร์ แต่ว่าอาวุธที่แบกขึ้นไปได้น้อยมาก ไม่สมกับบทบาทที่วางไปเป็นตระกูลเครื่องบินโจมตี (Fighter) และก็ไม่อาจเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิด (Bomber) ได้ 

ตลอดจนปัจจัยอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ F-117 ผลิตขึ้นมาเพียง 64 ลำ ตั้งแต่ปี 1981–1990 ก่อนที่สหรัฐอเมริกาจะตัดสินใจทยอยปลดประจำการตั้งแต่ปี 2006 จนเสร็จกระบวนการปลดประจำการในปี 2008

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดกลับกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ F-117 ที่เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ในบทบาทเครื่องบินฝึกของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

การคืนชีพ F-117 ในฐานะเครื่องบินฝึก

ต้องย้อนกลับไปยังช่วงกระบวนการปลดประจำการ กองทัพอากาศในตอนนั้นไม่ได้ปลดประจำการแบบเอาไปทำลายเป็นซาก แต่เอาไปเก็บในสภาพพร้อมเอากลับมาใช้อีกครั้ง เนื่องจากกองทัพในตอนนั้นคิดว่า F-117 ยังคงเป็นอากาศยานที่สำคัญและมีศักยภาพของประเทศ ซึ่งนี่ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

เพราะนับตั้งแต่หลังปลดประจำการ กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาพบว่า F–117 ใช้เป็นศัตรูจำลองในการฝึกของนักบินได้ เป็นการเอามาฝึกรับมือกับเครื่องบินล่องหนจากเรดาร์ที่มีไม่กี่รุ่นในโลกใบนี้ ซึ่งทำให้ F–117 เปรียบเสมือน "ห้องทดลองลอยฟ้า" สำหรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ระบบเรดาร์, การตรวจจับด้วยอินฟราเรด และวัสดุที่ช่วยเสริมการพรางตัว

ยังไม่รวมว่า ถ้าจะฝึกหรือทดสอบทางทหารที่มีเรื่องสเตลธ์มาเกี่ยวข้อง ก็ต้องดึง F-22 หรือไม่ก็ F-35 มาใช้ ซึ่งก็กระทบทั้งตารางการทำงานปกติของทั้ง 2 รุ่น และงบประมาณ ที่มีต้นทุนการบินชั่วโมงละ 1 - 3 ล้านบาท เป็นเหตุให้กองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาคิดว่า ลากใช้ไปถึงปี 2034 ก่อนดีกว่า เพราะคุ้มค่า และตอบโจทย์กับการฝึกให้นักบินรับมือภัยคุกคามในยุคใหม่ได้ โดยหลังปี 2034 ก็จะแยกชิ้นส่วนและส่งให้พิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ต่อไป


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง