รีเซต

ปรับเป้า SET ขึ้นแตะ 1,610 จุด ชี้กำไร บจ. แกร่งดึงฟันด์โฟลว์เข้าหุ้นใหญ่

ปรับเป้า SET ขึ้นแตะ 1,610 จุด ชี้กำไร บจ. แกร่งดึงฟันด์โฟลว์เข้าหุ้นใหญ่
TNN ช่อง16
27 พฤษภาคม 2569 ( 12:03 )
26

ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มสดใสและมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลกลับเข้ามา และผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังคงต้องจับตาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการบลจ. เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผยในรายการ WEALTH LIVE ว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในขณะนี้มีความแข็งแกร่ง โดยมีแรงผลักดันหลักมาจากกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) เช่น กลุ่มสื่อสารและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่มีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาสนับสนุน

ชนเป้าเดิม 1,558 จุด พร้อมปรับเป้าหมายใหม่ SET แตะ 1,610 จุด

ชนแนวต้านสำคัญ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ติดแนวต้านบริเวณ 1,559 จุด โดยทำจุดสูงสุด (High) ไว้ที่ระดับ 1,558 จุด ซึ่งตรงกับเป้าหมายแนวต้านเดิมที่เคยประเมินไว้พอดี

ปรับเป้าหมายใหม่ จากทิศทางเชิงบวก บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ ได้ทำการปรับประมาณการเป้าหมาย SET Index เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 1,610 จุด

กำไร บจ. แกร่งเกินคาด ปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทย คือผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนช่วงไตรมาส 1/2569 ที่ทำยอดรวมได้สูงถึง 3.69 แสนล้านบาท (เกือบ 3.7 แสนล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 3.55 แสนล้านบาทอย่างมาก

ทิศทางดอกเบี้ยไทยและนโยบายภาครัฐ

  • คาดคงดอกเบี้ย 1% ประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะถูกคงไว้ที่ระดับ 1% ตลอดทั้งปีนี้

  • ลดผลกระทบ Crowding Out Effect รัฐบาลมีการใช้จ่ายผ่านพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทอยู่แล้ว หากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะช่วยหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไปลดทอนการใช้จ่ายของภาครัฐ และยังสามารถประคองเศรษฐกิจรวมถึงบรรเทาปัญหาเงินเฟ้อได้

กลยุทธ์การลงทุน เน้นหุ้นใหญ่ รอจังหวะย่อตัว

  • โฟกัส Big Cap แนะนำให้นักลงทุนเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) เนื่องจากตลาดยังมีพื้นที่รองรับเม็ดเงินต่างชาติ

  • รอจังหวะตลาดพักตัว สำหรับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาสูงแล้วโดยเฉพาะฝั่งสหรัฐฯ (กลุ่มเทคโนโลยี, AI, เซมิคอนดักเตอร์) หรือหุ้นไทยบางตัว แนะนำให้หลีกเลี่ยงการไล่ราคา และรอจังหวะที่ตลาดมีการย่อตัว (Take Profit) ก่อนทยอยเข้าสะสม

ปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศที่ต้องจับตา

  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สถานการณ์ความตึงเครียดจากการที่สหรัฐฯ โจมตีพื้นที่เกาะทางตอนใต้ของอิหร่าน และการที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงโดรนของสหรัฐฯ ตก เป็นความเสี่ยงที่กดดันตลาดเงินตลาดทุน หากสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย คาดว่าจะมีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างจริงจังมากขึ้น

  • ทิศทาง Bond Yield ต้องติดตามการประมูลพันธบัตรในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความผันผวน (Bond Shock) หากไม่มีแรงซื้อเข้ามารองรับเพียงพอ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง