รีเซต

KTAM ชูหุ้นไทยมีแรงหนุน เล็งทริกเกอร์5%ใน6เดือน

KTAM ชูหุ้นไทยมีแรงหนุน เล็งทริกเกอร์5%ใน6เดือน
ทันหุ้น
21 มีนาคม 2566 ( 12:26 )
61
KTAM ชูหุ้นไทยมีแรงหนุน เล็งทริกเกอร์5%ใน6เดือน

#KTAM  #ทันหุ้น KTAM จับจังหวะลุยหุ้นไทย ปล่อยกองทริกเกอร์ “KT-TRIG7” 20-22 มี.ค. นี้ ตั้งเป้า 5% ใน 6 เดือน มั่งใจตลาดหุ้นไทยยมีแรงลมหนุน ทั้งท่องเที่ยว เลือกตั้ง แถมเงินเฟ้อไม่สูงหนุนต้นทุนไม่พุ่งแรงเป็นผลดีกำลังซื้อในประเทศ

 

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ อาทิเช่น การเปิดประเทศของจีน ที่เป็นตัวช่วยเร่งภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการมีแนวโน้มฟื้นตัว หรือเรื่องของเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาดและมีแนวโน้มลดลง รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค.นี้

 

ลุ้นหุ้นไทยขานรับเลือกตั้ง

โดยข้อมูลจาก SET Index ในอดีตที่ชี้ว่า หุ้นไทยมักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยก่อนและหลังการเลือกตั้ง 30 วันอยู่ที่ +0.92% และ +3.47% ตามลำดับ เป็นต้น จึงมองว่าตลาดหุ้นไทยนับเป็นอีกหนึ่งตลาดการลงทุนที่น่าสนใจ และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้ในสภาวะปัจจุบัน จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนทริกเกอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประสบความสำเร็จจากการบริหารกองทุนทริกเกอร์ด้วยกันหลายกองทุน

 

บริษัทจึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดกรุงไทย ทริกเกอร์ ฟันด์ 7 (KT-TRIG7) เสนอขายเพียงครั้งเดียวระหว่างวันที่ 20 – 22 มีนาคม 2566 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท โดยตั้งเป้าหมายทริกเกอร์ 5% ภายในระยะเวลา 6 เดือน เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นไทยที่มีศักยภาพเติบโตสูง

 

สำหรับ KT-TRIG7 มีนโยบายการลงทุนโดยกระจายเงินลงทุนของกองทุนในตลาดหุ้นไทย ตราสารแห่งหนี้ เงินฝาก และ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนได้ในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ อีกทั้งกองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging)

 

เน้นหุ้นเติบโต

ในเบื้องต้นกองทุน KT-TRIG7 จะเน้นในลงทุนธีมหุ้นที่มีโอกาสเติบโต และได้รับประโยชน์จากหลายๆ ด้าน ได้แก่ การบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง (Domestic Consumption), การเปิดประเทศ (Re-Opening), เงินเฟ้อที่ชะลอตัว และต้นทุนการผลิตที่เริ่มลดลง (Commodity-Related), นโยบายภาครัฐและการเลือกตั้งในประเทศ (Government Measures), หุ้นที่ให้ผลตอบแทนในช่วงฤดูร้อน (Summer – time Winner) และหุ้นที่ผลกำไรลดลงผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และราคาปรับต่ำเป็น Laggard (Laggard+Bottom out)

 

สำหรับเงื่อนไขการทริกเกอร์แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่แรกหาก ณ วันทำการใดก็ตามเมื่อมูลค่าหน่วยลงทุนมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 10.5555 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป และทรัพย์สินของกองทุนเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสดทั้งหมด ณ วันทําการใด หรือ กรณีที่สองหาก ณ วันทำการใดก็ตามที่ทรัพย์สินของกองทุนเป็นเงินสดหรือเทียบเท่าเงินสดบางส่วน หรือทั้งหมด และสามารถรับซื้อคืนได้ไม่ต่ำกว่าอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด โดยมูลค่าหน่วยลงทุนที่คืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 105.00 ของมูลค่าที่ตราไว้ (10 บาท)

 

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไม่เกิดเหตุการณ์ที่มูลค่าหน่วยลงทุนเพิ่มขึ้นจนเป็นเหตุให้เลิกกองทุนภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม บริษัทจัดการจะเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถทำการขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ ตามที่บริษัทจัดการกำหนด และหาก ณ วันใดก็ตามที่กองทุนเข้าเงื่อนไขการเลิกกองทุนตามเงื่อนไขที่บริษัทจัดการกำหนด บริษัทขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุนตามเหตุการณ์ดังกล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง