ผู้นำปากีสถานเยือนตะวันออกกลาง หวัง "จุดเปลี่ยนสำคัญ" เจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน

เจ้าหน้าที่ปากีสถานเปิดเผยกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า พวกเขาคาดหวังว่าจะเกิด “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่เข้มข้นของปากีสถาน เพื่อยุติวิกฤตในตะวันออกกลาง
ตามรายงานของ Press TV สื่อของทางการอิหร่าน เผยว่า บรรยากาศเชิงบวกนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน ขณะที่คณะผู้แทนระดับสูงของปากีสถาน นำโดยพลเอก อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางถึงกรุงเตหะรานของอิหร่าน เพื่อส่งสารจากฝ่ายสหรัฐฯ ไปยังผู้นำอิหร่าน
พลเอกมูนีร์ได้รับการต้อนรับจากอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านอย่างอบอุ่น ซึ่งได้แสดงความขอบคุณต่อปากีสถานสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาอย่างเหมาะสม และมูนีร์ยังพยายามปูทางสำหรับการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านด้วย
อัลจาซีรารายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ปากีสถานคาดหวังความคืบหน้าครั้งใหญ่ในประเด็น “นิวเคลียร์” โดยขณะนี้คณะผู้แทนยังคงทำหน้าที่ส่งต่อสารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นสำคัญที่ยังเป็นอุปสรรค คือระยะเวลาที่อิหร่านจะต้องระงับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงราว 440 กิโลกรัมที่อิหร่านครอบครองอยู่ โดยข้อเสนอในปัจจุบันอยู่ระหว่างการระงับ 5-20 ปี ขณะที่แนวทางประนีประนอมอาจอยู่ “ตรงกลาง” ของช่วงเวลาดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับการจัดการยูเรเนียมที่มีอยู่ เช่น การส่งไปยังประเทศที่สาม หรือปรับระดับให้กลับสู่ยูเรเนียมธรรมชาติ หรือเสริมสมรรถนะในระดับต่ำประมาณ 3% ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และปากีสถานอาจสามารถโน้มน้าวอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงได้
แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ระยะเวลา 2 สัปดาห์ จะช่วยยุติการโจมตีในอิหร่านและภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้ แต่การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนยังคงดำเนินต่อไป
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ได้เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเยือนตะวันออกกลาง ที่รวมถึงกาตาร์และตุรกี โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็น “ยุทธศาสตร์สองทาง” ที่ดำเนินควบคู่กัน เพราะในขณะที่ผู้นำกองทัพปากีสถานกำลังหารือกับฝ่ายอิหร่าน ผู้นำฝ่ายการเมืองของปากีสถานก็กำลังเจรจากับซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และตุรกี เพื่อสร้างแรงสนับสนุนและลดแรงต้านต่อข้อตกลง
แต่กลุ่มที่อาจคัดค้านข้อตกลงมีอยู่ทั้งในอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งถูกมองว่าไม่ต้องการข้อตกลงสันติภาพและต้องการให้ความขัดแย้งดำเนินต่อไป
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า หากอิหร่านไม่มีนิวเคลียร์ สงครามในตะวันออกกลางก็อาจจบลงเร็ว ๆ นี้
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า การติดต่อกับสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการส่งสารผ่านปากีสถานหลายครั้ง และอิหร่านได้แสดงจุดยืนของตนเองอย่างชัดเจนแล้ว
ส่วนสถานการณ์ในตอนนี้ยังเปราะบาง กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ และอ้างว่าสามารถสกัดเรือได้แล้ว 9 ลำ
ทางอิหร่านประณามการปิดล้อมดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และขู่ตอบโต้ โดยผู้บัญชาการกองบัญชาการร่วมของอิหร่าน เตือนว่า หากสหรัฐฯ ไม่ยุติการปิดล้อม อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการปิดเส้นทางการค้าในทะเลแดง อ่าวเปอร์เซีย และทะเลโอมาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
