ห่วง "เด็กเล็ก" ไป ร.ร. "หมอบุ๋ม" แนะเมื่อป่วยต้องหยุดเรียนทันที

ห่วง "เด็กเล็ก" ไป ร.ร. "หมอบุ๋ม" แนะเมื่อป่วยต้องหยุดเรียนทันที
มติชน
25 มิถุนายน 2563 ( 13:47 )
77
ห่วง "เด็กเล็ก" ไป ร.ร. "หมอบุ๋ม" แนะเมื่อป่วยต้องหยุดเรียนทันที
ห่วง “เด็กเล็ก” ไป ร.ร. “หมอบุ๋ม” แนะเมื่อป่วยต้องหยุดเรียนทันที

 

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) กล่าวระหว่างแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า สถานการณ์ทั่วโลก 211 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 93 และพบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อทั่วโลกสะสมรวม 9,527,123 ราย รักษาหายแล้ว 5,175,405 ราย เสียชีวิต 484,972 ราย ประเทศที่พบผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1.สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อสูงที่สุด 2,462,554 ราย เสียชีวิต 124,281 ราย 2.บราซิล 1,192,474 ราย เสียชีวิต 53,874 ราย 3.รัสเซีย 606,881 ราย เสียชีวิต 8,513 ราย 4.อินเดีย 472,985 รายเสียชีวิต 14,907 และ 5.สหราชอาณาจักร 306,862 ราย เสียชีวิต 43,081 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 173,384 รายภายใน 1 วัน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5,166 ราย

พญ.พรรณประภา กล่าวว่า สถานการณ์ของทวีปเอเชีย พบจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมสูงที่สุด ตามลำดับของโลก ได้แก่ ลำดับที่ 4 ประเทศอินเดีย ผู้ติดเชื้อจำนวน 472,985 ราย เสียชีวิต 14,907 อันดับที่ 14 ประเทศปากีสถาน จำนวน 188,926 ราย เสียชีวิต 3,755 ราย อันดับที่ 17 ประเทศบังกลาเทศ จำนวน 122,660 ราย เสียชีวิต 1,582 ราย อันดับที่ 30 ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 49,009 ราย เสียชีวิต 2,573 ราย อันดับที่ 32 ประเทศสิงคโปร์ จำนวน 42,623 เสียชีวิต 26 ราย อันดับที่ 39 ประเทศฟิลิปปินส์ จำนวน 32}295 ราย เสียชีวิต 1,204 ราย อันดับที่ 52 ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 18,024 ราย เสียชีวิต 963 ราย

อันดับที่ 62 ประเทศเกาหลีใต้ จำนวน 12,563 ราย เสียชีวิต 282 ราย อันดับที่ 69 ประเทศมาเลเซีย จำนวน 8,596 ราย เสียชีวิต 121 ราย อันดับที่ 93 ประเทศไทย จำนวน 3,158 ราย เสียชีวิต 58 ราย อันดับที่ 156 ประเทศเวียดนาม จำนวน 352 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต อันดับที่ 159 ประเทศเมียนมา จำนวน 293 ราย เสียชีวิต 6 ราย อันดับที่ 173 ประเทศบรูไน จำนวน 141 ราย เสียชีวิต 3 ราย อันดับที่ 174 ประเทศกัมพูชา จำนวน 129 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และ อันดับที่ 196 ประเทศลาว จำนวน 19 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

“ประเด็นที่น่าสนใจในต่างประเทศ โดยอังกฤษพบผู้ติดเชื้อลดลงจากเดือนพฤษภาคมที่มีอัตราจำนวนผู้ติดเชื้อ 1 ใน 400 ราย โดยปัจจุบันมีผู้ติดเชื้ออัตราส่วน 1 ใน 1,700 ราย และเทศบาลของอังกฤษจึงกลับมาให้บริการภัตตาคาร ผับ ร้านทำผม พิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่น และโรงภาพยนตร์ อีกครั้งในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ โดยมีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมจากเดิม 2 เมตร หรือ 1 เมตร” พญ.พรรณประภา กล่าว

นอกจากนี้ พญ.พรรณประภา กล่าวว่า ในช่วงที่จะมีการเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กในเดือนกรกฎาคมนี้ ผู้ปกครองจะต้องสังเกตอาการป่วยของบุตรหลาน เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และต้องหยุดเรียนทันที เฝ้าดูอาการอยู่ที่บ้าน เมื่อผ่านไป 2-3 วัน หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพาไปพบแพทย์ และหากมีผู้สูงอายุที่บ้าน ไม่ควรให้เด็กเล็กอยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุหากได้รับเชื้อจะมีโอกาสที่เกิดอาการรุนแรง พร้อมทั้งจะต้องส่งเสริมเรื่องการรับประทานอาหาร นอนหลับให้เพียงพอ และออกกำลังกาย เมื่อกลับมาจากโรงเรียน ให้รีบอาบน้ำเปลี่ยนชุด ชำระล้างร่างกายให้สะอาด หากจะมีการเดินทางไปเที่ยวในช่วงวันหยุด ควรจะเลือกไปในสถานที่ไม่แออัด และสวมหน้ากากอนามัยเสมอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง