รีเซต

เตือนภัย "หมอเถื่อน" วุฒิ ม.6 แอบอ้างฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์

เตือนภัย "หมอเถื่อน" วุฒิ ม.6 แอบอ้างฉีดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์
TNN ช่อง16
8 กรกฎาคม 2569 ( 17:33 )
1

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) และตำรวจสอบสวนกลาง ได้บุกเข้าจับกุมผู้แอบอ้างเป็นแพทย์ 2 ราย ซึ่งมีวุฒิการศึกษาเพียงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โดยอาศัยประสบการณ์จากการทำงานในคลินิกมาก่อน

ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ดัดแปลงบ้านพักเป็นสถานที่รับฉีดสารเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ โดยเสนอโปรโมชันเพื่อหลอกลวงเหยื่อ และสามารถสร้างรายได้สูงถึงเดือนละกว่า 100,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการจับกุมชายหนุ่มผู้จบการศึกษาสาขานิเทศศาสตร์ ซึ่งสวมรอยเป็นแพทย์ให้บริการฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ในคลินิกเสริมความงามย่านสวนหลวง 

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล สคบ. ได้ติดตามกรณีดังกล่าวร่วมกับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ, ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. 

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงรูปแบบใหม่ของธุรกิจเสริมความงาม ที่ขยับจากคลินิกในระบบไปสู่นอกระบบ โดยผู้ที่ไม่ได้เป็นแพทย์ใช้ช่องทางออนไลน์เข้าถึงประชาชน และเปิดสถานที่ให้บริการโดยไม่ได้รับการควบคุมตามกฎหมาย เพื่อยกระดับการควบคุมธุรกิจเสริมความงามและคุ้มครองผู้บริโภค 

นางสาวศุภมาสได้สั่งการให้ สคบ. ติดตามเฝ้าระวังธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และประสานส่งต่อข้อมูลหรือเบาะแสให้แพทยสภา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้แอบอ้างเป็นแพทย์อย่างถึงที่สุด 

การดำเนินการนี้เป็นการสานต่อนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นอันดับแรก และต่อยอดจากมาตรการที่นางสาวศุภมาสได้สั่งการไว้ก่อนหน้านี้ หลังเกิดกรณีผู้เสียชีวิตในคลินิกเสริมความงามที่จังหวัดนครปฐมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

โดยได้สั่งให้ สคบ. ตรวจสอบคลินิกเสริมความงามทั่วประเทศ และจัดทำสัญญามาตรฐานตามกฎหมาย รวมถึงลงพื้นที่ตรวจด้วยตนเองที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเมื่อเดือนมิถุนายน

สำหรับข้อกฎหมาย ผู้ที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากแพทยสภา มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 43 หากมีการเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามกฎหมายสถานพยาบาลเพิ่มเติม ส่วน สคบ.

มีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกิจเสริมความงามในฐานะธุรกิจควบคุมสัญญา หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนไม่จัดทำสัญญามาตรฐานและส่งมอบให้ผู้รับบริการ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

นางสาวศุภมาส ย้ำเตือนว่า การฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่ต้องใช้ความรู้ด้านกายวิภาค การวินิจฉัยและการช่วยชีวิตในภาวะฉุกเฉิน หากทำโดยคนที่ไม่ใช่แพทย์ ราคาที่ถูกในวันนี้อาจแลกมาด้วยใบหน้าเสียโฉมถาวร หรือร้ายแรงถึงชีวิต ประชาชนควรตรวจสอบ 2 เรื่องก่อนรับบริการทุกครั้ง คือ แพทย์เป็นแพทย์จริงหรือไม่ โดยตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา https://checkmd.tmc.or.th/v3 และสถานที่ให้บริการเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

หากพบการแอบอ้างเป็นแพทย์ หรือได้รับความเสียหายจากบริการเสริมความงาม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด ซึ่ง สคบ. จะส่งต่อทุกเบาะแสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

รายละเอียดการจับกุม มีดังนี้

- จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย  ลักลอบใช้บ้านพักฉีดเสริมความงามให้ประชาชน ตรวจยึดของกลางทั้ง ยา เวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ จำนวน 66 รายการ รวมกว่า 1,110 ชิ้น มูลค่ากว่า 200,000 บาท

- พฤติการณ์ สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับหนังสือจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ให้ตรวจสอบบุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ลักลอบให้บริการฉีด โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ และฉีดยาบำรุงผิว โดยผู้ฉีดไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม (หมอเถื่อน) เมื่อมีผู้บริโภคสนใจจะให้ติดต่อผ่านข้อความส่วนตัว โดยหลังโอนเงินมัดจำจะนัดหมายให้มารับบริการ ในบ้านพักส่วนตัวซึ่งถูกดัดแปลงเป็นคลินิกเถื่อน ในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบจนแน่ชัดว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจริง และจนนำไปสู่การวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน 2 ราย ดังนี้

1. บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นำหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้น ขณะตรวจค้น พบ น.ส.ธัญญาธร (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี กำลังให้บริการฉีดโบท๊อกบริเวณใบหน้าให้กับลูกค้า จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด 

จากการสอบถาม น.ส.ธัญญาธร ฯ รับว่า ตนเองจบการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากนั้น ได้ไปทำงานตามคลินิกและสถานพยาบาลเสริมความงามต่างๆ โดยทำมาประมาณ 6-7 ปี มีความรู้การฉีดยา โดยศึกษาการใช้ยา และวิธีฉีด ด้วยตนเอง จากแพทย์ประจำคลินิก หลังจากเลิกทำงานตามคลินิก ได้นำความรู้ที่ได้ มาให้บริการกับลูกค้า โดยการโฆษณาหาลูกค้าผ่านเฟซบุค ด้วยการจัดโปรโมชั่น ความสวยความงาม ฉีด โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ฉีดผิวครบวงจร ราคาเริ่มต้น 790 บาท ถึง 4,990 บาท เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 2 ปี มีลูกค้ามารับบริการวันละประมาณ 2 – 5 คน รายได้ต่อเดือนประมาณ 100,000-120,000 บาท สำหรับยาที่นำมาใช้ สั่งจากออนไลน์

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุม นางสาว ธัญญาธร ฯ พร้อมด้วยของกลาง 1. ยาแผนปัจจุบัน ที่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 24 รายการ รวม 667 ชิ้น, 2. ยาแผนปัจจุบัน ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 5 รายการ รวม 11 ชิ้น และ 3. เวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 15 รายการ รวม 358 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.เพื่อดำเนินคดี 

2. บ้านพักแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 

2 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เข้าตรวจ ขณะเข้าตรวจค้น พบ น.ส.นวพร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี กำลังให้บริการฉีดโบท๊อกบริเวณใบหน้าให้กับลูกค้า จากการตรวจสอบพบว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด 

จากการสอบถาม น.ส.นวพรฯ รับว่า ตนเองจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลังจากจบการศึกษาแล้ว ไปทำงานตามคลินิก สถานพยาบาลเสริมความงามอยู่หลายปี มีความรู้การฉีดยา โดยศึกษาการใช้ยาและวิธีฉีดด้วยตนเองจากแพทย์ประจำคลินิก หลังจากเลิกทำงานตามคลินิก ได้นำความรู้ที่ได้และเมื่อมีความชำนาญมากขึ้น จึงเริ่มรับลูกค้าเอง โดยส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนและมาจากบอกต่อกันในกลุ่ม  มีบริการฉีด โบท็อก ฟิลเลอร์ ฉีดผิวหน้าใสครบวงจร ราคาเริ่มต้น 1,000-5,000 บาท โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี มีลูกค้ามารับบริการวันละประมาณ 2 – 5 คน รายได้ต่อเดือน มีรายได้ประมาณ 30,000 บาท

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุม น.ส.นวพรฯ พร้อมด้วยของกลาง 1. ยาแผนปัจจุบัน ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 4 รายการ รวม 9 ชิ้น, 2. เครื่องสำอาง ไม่มีเลขจดแจ้ง จำนวน 12 รายการ รวม 51 ชิ้น, 3. เครื่องมือแพทย์ ไม่ขึ้นทะเบียน 4 ราย รวม 75 ชิ้น และ 4. เวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 2 รายการ รวม 102 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

รวมตรวจค้น 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาโดยเป็นแพทย์เถื่อน 2 ราย ตรวจยึดของกลาง รวมกว่า 205 รายการ มูลค่ากว่า 280,000 บาท โดยเป็นยามีทะเบียนตำรับยา จำนวน 24 รายการ, ยาที่ไม่มีทะเบียนตำรับยา 9 รายการ, เครื่องมือแพทย์ จำนวน 4 รายการ, เครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง จำนวน 12 รายการ, เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จำนวน 17 รายการ รวมทั้งสิ้นจำนวน 66 รายการ รวมกว่า 1,110 ชิ้น มูลค่ากว่า  200,000 บาท

โดยผู้ทำการรักษาจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ราย, ปวช. จำนวน 1 ราย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

อนึ่ง การปล่อยให้บุคคลที่มิใช่แพทย์มาให้บริการรักษา ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีคำสั่งทางปกครองให้ปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้ โด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง