ดร.เจษฎ์ แนะรัฐตรวจสถิติเรือติดธงไทย ป้องกันเรือสวมรอย

ดร.เจษฎ์ แนะรัฐตรวจสอบสถิติเรือติดธงไทย ป้องกันเรือสวมรอย
วันที่ 13 มีนาคม นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเรือติดธงชาติไทยถูกยิงโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สังคมตั้งคำถาม เนื่องจากไทยและอิหร่านมีความสัมพันธ์ทางการทูตยาวนานกว่า 400 ถึง 500 ปี จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านว่าทำไมเรือที่ชักธงไทยจึงตกเป็นเป้าการโจมตี
นายเจษฎ์เสนอว่า รัฐบาลควรเร่งตรวจสอบสถิติการจดทะเบียนเรือที่ใช้ธงไทยอย่างละเอียด เพราะในทางปฏิบัติ เรือที่ชักธงไทยอาจไม่ได้เป็นของคนไทยเสมอไป บางลำอาจเป็นเรือของต่างชาติที่จดทะเบียนในไทยหรือใช้ธงไทยในเชิงพาณิชย์
แนวทางสำคัญคือการแยกประเภทเรือให้ชัดเจนว่าเรือใดเป็นของผู้ประกอบการไทย และเรือใดเป็นของต่างชาติที่ใช้ธงไทย หากพบเรือที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลการจดทะเบียนของไทย แต่ชักธงไทยอยู่ ควรประกาศให้ชัดเจนว่าเรือดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยต้องรับผลกระทบจากข้อพิพาทของประเทศอื่น
ต้องมีข้อมูลชัดเรื่องเรือไทยผ่านฮอร์มุซ
นายเจษฎ์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลควรรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับเรือที่จดทะเบียนในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อให้ทราบว่าเรือที่ใช้ธงไทยมีจำนวนเท่าใด และเป็นเรือประเภทใดบ้าง
นอกจากนี้ยังต้องชี้แจงต่อผู้ประกอบการเรืออย่างชัดเจนว่า หากเป็นเรือของคนไทย รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลอย่างไร แต่หากเป็นเรือของต่างชาติที่จดทะเบียนในไทย รัฐจะสามารถให้การช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด
อีกประเด็นสำคัญคือความชัดเจนเรื่องการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก รัฐบาลต้องให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการว่าเรือไทยสามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้หรือไม่ และมีการประสานกับทางการอิหร่านหรือประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างไร
ย้ำรัฐบาลต้องสื่อสารข้อมูลตรงไปตรงมา
นายเจษฎ์ยังกล่าวว่า ภาครัฐจำเป็นต้องสื่อสารข้อมูลกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา แม้การอพยพแรงงานไทยในบางพื้นที่จะดำเนินการได้ในระดับหนึ่ง แต่ในมิติด้านการทูต รัฐบาลควรรักษาจุดยืนความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ไม่ควรแสดงท่าทีเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้ง
แนวทางที่เหมาะสมคือการยึดหลักสันติภาพ ไม่ส่งเสริมความรุนแรง และรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่แน่ชัดว่าจะยืดเยื้อยาวนานเพียงใด
เตือนรัฐอย่าชะลอการบริหารในช่วงวิกฤต
นายเจษฎ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความไม่แน่นอน รัฐบาลไม่ควรใช้เวลาไปกับการจัดสรรตำแหน่งทางการเมือง แต่ควรเร่งบริหารราชการแผ่นดินเพื่อรับมือผลกระทบจากภาวะสงคราม
โดยเฉพาะด้านพลังงานที่มีความเกี่ยวพันกับค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลให้ชัดเจนว่าประเทศยังมีพลังงานสำรองเพียงใด และหากเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันจะมีมาตรการรองรับอย่างไร เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตได้โดยไม่เกิดความหวาดวิตก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
