รีเซต

ก.ล.ต.เล็งปิดช่องทุจริต ตั้งเฮดตรวจสอบภายใน

ก.ล.ต.เล็งปิดช่องทุจริต ตั้งเฮดตรวจสอบภายใน
ทันหุ้น
11 มิถุนายน 2569 ( 08:45 )
4

#ก.ล.ต. #ทันหุ้น - ก.ล.ต.เตรียมออกเกณฑ์บริษัทยื่นขอ IPO ต้องแต่งตั้งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด เพื่อป้องกันทุจริตในตลาดทุน คาดเปิดเฮียริ่งภายในเดือนนี้ หรือช้าสุดกลางเดือนกรกฎาคม ส่วนบจ.ปัจจุบันต้องแต่งตั้งเช่นกันขณะนี้ตลท.อยู่ระหว่างการออกเกณฑ์ก่อนเฮียริ่งต่อไป เชื่อคุ้มค่ากับภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับแนวปฏิบัติ KYC-CDD หวังปิดทางใช้ตลาดทุนฟอกเงิน-บัญชีม้า

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.เดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพื่อป้องกันกระทำผิดหรือทุจริตในตลาดทุนไทย หลังจากที่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีกรณีการทุจริต ที่เกิดจากระบบตรวจสอบภายในที่ไม่รัดกุม ซึ่งก.ล.ต.เตรียมเกณฑ์ใหม่สำหรับบริษัทที่จะขออนุญาตเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) กับก.ล.ต. จะต้องมีหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ของก.ล.ต. 

@เปิดคุณสมบัติ

โดยคุณสมบัติของหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1.ด้านความรู้ โดยต้องมีใบรับรองต่างๆ เช่น วุฒิบัตร CIA,IAP และ CPIAT เป็นต้น และ 2.ต้องมีประสบการณ์การทํางานไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะด้านตรวจสอบภายในอย่างน้อยกว่า 3 ปี ซึ่งจากที่ก.ล.ต.ประสานไปยังสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย พบว่ามีบุคลากรที่ได้รับใบอนุญาตและมีประสบการณ์เพียงพอรองรับกับจำนวนบจ.ได้

สำหรับเกณฑ์ดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน (ก.ต.ท.) แล้ว  จากนี้ก.ล.ต.จะประสานไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การกํากับบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ของ ก.ล.ต. โดยให้ทุกบจ.ในตลาดหลักทรัพย์ จะต้องแต่งตั้งหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน โดยก.ล.ต.คาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) ได้ภายในเดือนนี้ หรือช้าสุดกลางเดือนกรกฎาคม

นายเอนก  กล่าวว่า การเปิดเฮียริ่งเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ นั้นก.ล.ต.หวังว่าจะให้เปิดเฮียริ่งพร้อมกัน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ใกล้เคียงกัน  แต่จะเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อไรนั้น จะต้องพิจารณาอีกครั้ง เพราะต้องให้เวลาบริษัทต่างๆ เตรียมตัวก่อนเกณฑ์เริ่มใช้จริง  โดยบจ.จะต้องเปิดเผยข้อมูลหัวหน้างานตรวจสอบภายใน ไว้ในแบบ 56-1 One Report เพื่อให้ผู้ลงทุนทราบ

@คุ้มค่ากับภาระเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้แม้เกณฑ์ใหม่จะมีผลทำให้บจ.มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าทุกบริษัทพร้อมใจที่จะทำเพื่อเป็นการยกระดับการควบคุมภายในและป้องกันการทุจริต ซึ่งเชื่อว่าจะคุ้มค่ากับภาระที่เพิ่มขึ้นมา  ซึ่งก.ล.ต.เชื่อว่าบริษัทขนาดใหญ่ส่วนมากจะมีหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในที่มีคุณสมบัติและวุฒิบัตร ตามเกณฑ์ที่กำหนดอยู่แล้ว

นอกจากนี้ก.ล.ต. ออกแนวปฏิบัติเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการทำความรู้จัก  (KYC)ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า (CDD)ของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จะเริ่มใช้ในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 หลังจากออกหนังสือเวียนไปแล้ว  ซึ่งแนวปฏิบัติกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการอย่างเข้มข้นตั้งแต่กระบวนการเปิดบัญชี การระบุผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner : UBO) โดยเฉพาะกรณีนิติบุคคล การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของแหล่งที่มาของเงิน ตลอดจนการติดตามพฤติกรรมการทำธุรกรรม

 หากพบความผิดปกติให้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) นอกจากนี้ ยังกำหนดมาตรการควบคุมธุรกรรมเงินเข้า – ออกบัญชี ให้สามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน (Audit trail) เช่น การรับ - โอนเงินผ่านบัญชีที่มีชื่อเดียวกับลูกค้า เพื่อป้องกันบัญชีม้าและการฟอกเงิน

@บังคับใช้กฎหมาย

นายเอนก  กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2569 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในคดีอาญาฐานการกระทำอันไม่เป็นธรรม ทุจริต และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน (บก.ปอศ. และ DSI) รวม 8 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 43 ราย ซึ่งเป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา 1 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย  การทุจริต 1 คดี ผู้กระทำความผิด 1 ราย และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 6 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย

ในช่วงวันที่ 1 มกราคม - 31 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง  (ค.ม.พ.) ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำผิดรวม 3 คดี จำนวนผู้กระทำความผิด 6 ราย เป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา และการใช้ข้อมูลภายใน/การเปิดเผยข้อมูลภายใน

ในช่วงเวลาเดียวกันมีผู้กระทำผิดมาตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง ที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวนรวม 27 ราย จาก 7 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 663 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 519 ล้านบาท

สำหรับผู้กระทำผิดที่ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. ได้มีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

การมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ณ 31 พฤษภาคม 2569 คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำนวน 6 คดี (ศาลชั้นต้น 1 คดี และศาลอุทธรณ์ 5 คดี) โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษและกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด และอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น/ศาลอุทธรณ์ จำนวน 19 คดี แบ่งเป็น 10 คดี อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น และ 9 คดี อยู่ระหว่างอุทธรณ์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง