จีนปั้น “RoboMIND” สมองกลอัจฉริยะแห่งโลกหุ่นยนต์ เร่งสปีดผลิตฮิวแมนนอยด์ให้ได้ 5,000 ตัวต่อปี

กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ข้ามพ้นจากเพียงซอฟต์แวร์สู่การมีร่างกาย" เมื่อถูกผสานเข้ากับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จนเกิดเป็นเครื่องจักรที่สามารถคิด ตัดสินใจ และเคลื่อนไหวได้เสมือนมนุษย์ ล่าสุด คณะสื่อมวลชนไทยจาก บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้มีโอกาสเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แห่งกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นโครงการระดับชาติที่รวบรวมเทคโนโลยีขั้นสูงที่สุดของจีนไว้ในที่เดียว
เผยอินไซต์ “RoboMIND” สมองกลหุ่นยนต์อัจฉริยะ
โดยข้อมูลอินไซต์จากการลงพื้นที่จริง ซึ่งรวบรวมโดย คุณระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เผยให้เห็นถึงไฮไลต์สำคัญของศูนย์ดังกล่าวคือ “RoboMIND” แพลตฟอร์มสมองกลหุ่นยนต์แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งทำหน้าที่เสมือนระบบปฏิบัติการ (Operating System: OS) สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน สตาร์ตอัป และสถาบันการศึกษา สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ปัจจุบัน RoboMIND ได้พัฒนาไปถึงเวอร์ชัน 2.0 โดยมีการรวบรวมข้อมูลด้านการเคลื่อนไหวและการตัดสินใจของหุ่นยนต์มากกว่า 310,000 รูปแบบ ครอบคลุมภารกิจมากกว่า 700 งาน ตั้งแต่งานในภาคอุตสาหกรรมไปจนถึงการใช้งานภายในครัวเรือน สะท้อนศักยภาพของระบบที่สามารถรองรับการใช้งานในหลากหลายบริบท
“เทียนกง” หุ่นยนต์ต้นแบบ วิ่งได้บนพื้นขรุขระ
นอกจากแพลตฟอร์มสมองกลแล้ว ภายในศูนย์ยังมีการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ต้นแบบที่น่าสนใจ อาทิ หุ่นยนต์เทียนกง (Tiangong) ซึ่งเป็นฮิวแมนนอยด์ขนาดเท่ามนุษย์ สามารถเคลื่อนไหวและวิ่งบนพื้นผิวขรุขระได้ โดยทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์หุยซือไคอู (Huisi Kaiwu) ที่ทำหน้าที่ควบคุมและประมวลผล ส่งผลให้หุ่นยนต์มีทั้งร่างกายและสมอง ที่สามารถทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ
จีนตั้งเป้าผลิตฮิวแมนนอยด์ 5,000 ตัวต่อปี ดันอุตสาหกรรมสู่เวทีโลก
ในเชิงนโยบาย รัฐบาลจีนได้ตั้งเป้าหมายผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้ได้ถึง 5,000 ตัวต่อปี พร้อมผลักดันบริษัทในประเทศมากกว่า 1,000 รายเข้าสู่การแข่งขันในเวทีโลก สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญทางเศรษฐกิจ
ความโดดเด่นของแนวทางจีน คือการวางระบบหุ่นยนต์ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ ผ่านโมเดลโอเพนซอร์ส โดยมุ่งสร้างแพลตฟอร์มกลางให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้งานร่วมกัน แทนการพัฒนาแบบแยกส่วนของแต่ละบริษัท แนวทางดังกล่าวช่วยลดต้นทุน เร่งการพัฒนา และทำให้อุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด
ส่องกลยุทธ์ 4 มหาอำนาจในสนามหุ่นยนต์โลก
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศมหาอำนาจอื่น พบว่าแต่ละภูมิภาคมีแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยสหรัฐอเมริกามุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีผ่านภาคเอกชน เช่น Tesla และ Boston Dynamics ที่เน้นนวัตกรรมล้ำสมัย ขณะที่ญี่ปุ่นโดดเด่นด้านความแม่นยำและคุณภาพของชิ้นส่วน ส่วนยุโรปให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความปลอดภัย และการอยู่ร่วมกับมนุษย์
ทั้งนี้ การแข่งขันในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ถูกมองว่าจะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของโลกเทคโนโลยี โดยผู้ที่สามารถพัฒนาและครอบครอง แพลตฟอร์มสมองกล RoboMIND ได้ก่อน ก็อาจกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
ที่มาของข้อมูล: คุณระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
