รีเซต

รู้จัก โรคแมวข่วน หมอมนูญเผยเคสแมวข่วนจนเป็นแผล ติดเชื้อแบคทีเรีย

รู้จัก โรคแมวข่วน หมอมนูญเผยเคสแมวข่วนจนเป็นแผล ติดเชื้อแบคทีเรีย
TNN ช่อง16
17 สิงหาคม 2569 ( 15:56 )
17

นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์  แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ เผยกรณี ผู้ป่วยโดนแมวข่วน แผลติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เป็นโรคแมวข่วน (Cat Scratch Disease)  โรคติดเชื้อแบคทีเรีย Bartonella henselae ที่ติดต่อสู่คนผ่านทางรอยขีดข่วน รอยกัด หรือการถูกน้ำลายของแมวสัมผัสโดนแผลเปิด

โดยระบุว่า ผู้ป่วยชายไทยอายุ 37 ปี ถูกแมวเลี้ยงในบ้านอายุ 8 เดือน ข่วนที่แขนข้างซ้าย 2 ตำแหน่งเมื่อ 6 วันก่อน แผลที่กลางแขนข้างซ้ายใหญ่ขึ้น ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่มีไข้ ปกติแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจําตัว

ตรวจร่างกาย ไม่มีไข้ แขนข้างซ้ายมีแผลสีแดงนูนเล็กน้อย ขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร (ดูรูป) ไม่มีหนอง กดไม่เจ็บ ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ไม่โต

วินิจฉัย: โรคแมวข่วนทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นลึกอักเสบ


ให้ยาปฏิชีวนะ Azithromycin กิน เพื่อรักษาโรคแมวข่วน หลังกินยา 5 วัน แผลดีขึ้น แดงและนูนน้อยลง ให้กินยา Azithromycin ต่อไป อีก 6 วันรวมทั้งหมด 12 เม็ด 

โรคแมวข่วน (Cat Scratch Disease) เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Bartonella henselae โดยมีแมวเป็นพาหะ แมวรับเชื้อนี้จากหมัดแมว แมวอาจไม่มีอาการ เมื่อแมวที่มีเชื้อตัวนี้ในตัว ข่วน กัด หรือเลียบริเวณผิวหนังของคนที่มึแผลเปิด เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำลาย หรือซอกเล็บ จะเข้าสู่ร่างกายของคนทางบาดแผล ยา Azithromycin เป็นหนึ่งในยาปฏิชีวนะหลักสำหรับรักษาโรคแมวข่วน

ติดต่อได้อย่างไร?

ช่องทางการติดเชื้อที่พบบ่อย ได้แก่

  • ถูกแมวข่วนจนผิวหนังเป็นแผล
  • ถูกแมวกัด
  • แมวเลียบริเวณแผลเปิด
  • เล็บแมวที่ปนเปื้อนเชื้อจากหมัดแมวสัมผัสผิวหนัง
  • ลูกแมวอายุน้อยกว่า 1 ปี มีโอกาสเป็นพาหะของเชื้อสูงกว่าแมวโต จึงเป็นกลุ่มที่ทำให้คนติดเชื้อได้บ่อยที่สุด

อาการเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม

อาการมักเกิดภายใน 1–3 สัปดาห์ หลังได้รับเชื้อ โดยเริ่มจากแผลเล็ก ๆ แล้วตามด้วยอาการดังนี้

  • ต่อมน้ำเหลืองโตและกดเจ็บ (รักแร้ คอ หรือขาหนีบ)
  • ไข้ต่ำ ๆ
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ
  • เบื่ออาหาร
  • ตุ่มหรือรอยแดงบริเวณที่ถูกข่วน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2–8 สัปดาห์ แต่ต่อมน้ำเหลืองอาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะยุบสนิท

ใครบ้างที่เสี่ยงอาการรุนแรง?

แม้โรคนี้มักหายได้เอง แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ติดเชื้อ HIV หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ เช่น การติดเชื้อที่ตา สมอง หัวใจ ตับ หรือม้าม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง