รีเซต

TNP รับคลื่นเที่ยวปีใหม่ เชียงรายยอดขายสะพัด

TNP รับคลื่นเที่ยวปีใหม่ เชียงรายยอดขายสะพัด
ทันหุ้น
6 มกราคม 2569 ( 02:00 )
2

ภญ.อมร  พุฒิพิริยะ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้นำธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ในภาคเหนือ เปิดเผยว่า บรรยากาศท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาในจังหวัดภาคเหนือคึกคัก โดยเฉพาะ เชียงราย ซึ่งเป็น “เมืองรอง” ที่เติบโตโดดเด่น หลังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก ขณะที่ เชียงรายและเชียงใหม่ มีทราฟฟิกต่อเนื่อง หนุนยอดขายค้าปลีกและยอดขายสาขาของ TNP ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ยอดขายฮอต

โดยสาขาในเชียงรายทำยอดขายติดอันดับสูงสุดของบริษัท (Top Sale) จากแรงหนุนทั้งภาคท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างติดตามตัวชี้วัดสำคัญในช่วง ไตรมาส 4/2568 อาทิ ยอดใช้จ่ายต่อบิล และ SSSG (ยอดขายสาขาเดิม) เพื่อสะท้อนทิศทางกำลังซื้อในช่วงไฮซีซัน พร้อมกันนี้เตรียมประกาศแผนธุรกิจใหม่ “JUMP+” ซึ่งเป็นแผนระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569–2571) โดยมองว่าเป็นจังหวะเหมาะสม เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมทั้งด้านทีมงาน ระบบ และโครงการลงทุนที่เข้ามาสอดรับกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติกรอบแผนดังกล่าว และเตรียมประกาศรายละเอียดในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งตรงกับโอกาสครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่หุ้น TNP เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยตลอดช่วงที่ผ่านมา บริษัทขยายสาขาจาก 12 สาขา เป็น 56 สาขา และมีกำไรสะสมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง

ด้าน  บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึง ทิศทางของ TNP ว่า แนวโน้มไตรมาส 4/2568 คาดกำไรสุทธิราว 61 ล้านบาท เติบโต 21% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อนและ 29% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำระดับ New High จากปัจจัยหนุนหลัก 3 ประการ ได้แก่ การขยายสาขาเพิ่มอีก 3 แห่ง รวมเป็น 57 สาขา ณ สิ้นปี 2568 โดยเน้นพื้นที่เมืองรองที่มีกำลังซื้อสูง

การเข้าสู่ High Season ของธุรกิจค้าปลีก และมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะการเพิ่มวงเงิน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เป็น 1,150 บาทต่อคนต่อเดือน (จากเดิม 300 บาท) เป็นเวลา 2 เดือน (พ.ย.–ธ.ค. 68)

แม้มาตรการ “คนละครึ่งพลัส” TNP ไม่สามารถเข้าร่วมได้โดยตรง แต่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากการที่ผู้ค้ารายย่อยเข้ามาซื้อสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ ทั้งนี้ SSSG เดือนตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน เริ่มกลับมาเติบโต 3–5% แล้ว

เป้า 4.30 บาท

ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2568 ลงเล็กน้อย 3% เหลือ 210 ล้านบาท (+13% YoY) หลังจากไตรมาส 3/2568 ต่ำกว่าคาด ส่วนปี 2569 คาดกำไร 229 ล้านบาท (+9% YoY) จากการขยายสาขาใหม่อีก 5 แห่ง รวมเป็น 62 สาขา

 คำแนะนำการลงทุน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสมปี 2569 ที่ 4.30 บาท อิง Prospective P/E 15 เท่า (ระดับ -1SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) โดยคาด EPS ปี 2569 ราว 0.29 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Upside จากราคาปัจจุบันราว 54% พร้อม Dividend Yield ราว 4–5% ต่อปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง