เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัวในแดนบวกเข้าหากรอบ 1,625-1,630 จุด หนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายมากขึ้น หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน ก.ค. ออกมาชะลอตัวตามคาด (Headline +0.1% m-m, +3.4% y-y Core +0.2% m-m, +2.5% y-y) ส่งผลให้ Bond Yield อายุสั้นชะลอตัวลงหลังตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ก.ย. ขึ้นเป็น 60% (จาก 52% ในวันก่อนหน้า) ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงทองคำ ด้านราคาพลังงานยังคงทรงตัวโดย Brent อยู่ที่ US$88 ต่อบาร์เรล หลังยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวกอย่างชัดเจนในการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามต่อในคืนนี้คือเงินเฟ้อ PPI เดือน ก.ค. สหรัฐฯ หากออกมาต่ำกว่าคาดจะเป็นปัจจัยบวกหนุนดัชนีได้ต่อเนื่อง ด้านปัจจัยในประเทศโฟกัสยังอยู่ที่การรายงานผลประกอบการ 2Q26 โค้งสุดท้าย โดยบริษัทที่ประกาศกำไรแล้วภาพรวมดีกว่าคาด 9% ยังคงหนุนให้ประมาณการ EPS SET ปี 2026 ปัจจุบันของเราปรับขึ้นสู่ระดับ 103-104 บาท ซึ่งมีลุ้นว่าตัวเลข GDP 2Q26 ที่ NESDC จะประกาศในสัปดาห์หน้าอาจออกมาดีกว่าที่คาดเช่นกัน เป็นบวกต่อกลุ่ม Domestic/Consumption และ Yield-Sensitive Play ส่วนระยะสั้นคาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI-Chip จะปรับตัวขึ้นได้ดีตาม ตลาดหุ้นต่างประเทศจากเม็ดเงินที่ยังไหลเข้ารับผลประกอบการที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโตที่ยังสดใสจาก Demand สินค้าที่สูง
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไร 2Q26-2H26 แข็งแกร่ง//ระยะกลาง-ยาวเน้น Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ส.ค : BTG, ITC, MAGURO, SJWD, STA
FSSIA Portfolio : BA, BBL, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, SAPPE, STA, TIDLOR
หุ้นเด่นวันนี้ : EPG
· แนะนำ “ซื้อ” ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9 บาท
· กำไรปกติ 1QFY27 (เม.ย.-มิ.ย. 26) ออกมาที่ 491 ลบ. +40% q-q, +50% y-y ดีกว่าเราคาดถึง 17% หนุนจาก Gross Margin ที่ดีกว่าคาดในทุกธุรกิจ ขณะที่รายได้เติบโตแข็งแรงหนุนจากธุรกิจฉนวน Aeroflex ที่ขับเคลื่อนเป็นหลัก
· กำไร 1QFY27 คิดเป็น 30% ของคาดการณ์ทั้งปี ขณะที่แนวโน้มระยะข้างหน้ายังดูดี ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติ FY27-27 ขึ้น 4-10% โดย FY27 คาดกำไรที่ 1.6 พันลบ. +20% y-y
· แนวรับ 5.70-5.60 บาท แนวต้าน 6.10-6.20//6.40//6.70 บาท
ด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,600 – 1,610 แนวต้าน 1,630 คาดดัชนีได้แรงหนุนจากคาดการณ์จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. หลัง US CPI ก.ค. ชะลอตัวลงตามคาด กอปรกับยังได้แรงหนุนจากรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ขนาดใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี ระหว่างรอผลการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แนะนำทยอยซื้อ BANK, KTB, GULF, GPSC, ADVANC, TRUE, CPALL, BH, BDMS เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play / เก็งกำไร GUNKUL, HANA ที่ถูกนำเข้าคำนวณใน MSCI Small Cap Index ในช่วงปลายเดือนนี้ และเก็งกำไร DELTA, KCE คาดฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มผลิตชิปสหรัฐ
TIDLOR* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 23.60 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโต YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเติบโตตามสินเชื่อรวมและ NIM ขณะที่การตั้งสำรองลดลงสะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง สำหรับแนวโน้มปี 69 คาด QoQ ชะลอตัวจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและ ECL แต่ YoY ยังพอโตได้จาก NII และ non-NII ที่เพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้าการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 5-10%YoY คุมระดับ Credit Cost 2.2-2.8% และได้ประโยชน์จาก NIM ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ปี 69-70 ตลาดคาดกำไรสุทธิ 5.66 พันล้านบาท +15%YoY และ 6.13 พันล้านบาท +8%YoY
SPALI* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 16.75 บาท) รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 1,647 ลบ.(+49%YoY, +310%QoQ) โดย แม้รายได้จากการโอนจะ Flat YoY แต่มีแรงหนุนของกำไรจาก ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่ +99%YoY ตามยอดโอนของโครงการร่วมค้า SSRCP Holdco Pty Ltd ในออสเตรเลีย โดย SPALI* ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.55 บ./หุ้น คิดเป็น Dividend Yield จากราคาปัจจุบันที่ 3.46% จะ XD วันที่ 25 ส.ค.69 ทั้งนี้ ภาพรวม เราคาดว่าหุ้นกลุ่มอสังหาฯยังพอป้องกันความผันผวนได้จากปันผลสูงและมีปัจจัยสนับสนุนจากครม.ขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายและวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ลบ. ถึงวันที่ 30 มิ.ย.70 ด้าน SPALI* เอง ณ สิ้น 30 มิ.ย.69 ยังมี Backlog แข็งแกร่งที่ 15,838 ลบ. ขณะที่ครึ่งปีหลังนี้ คาดจะเปิดโครงการใหม่ 19 โครงการ มูลค่ารวม 22,660 ลบ. ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูมิภาค
ขณะที่ บล.ดาโอ คาดดัชนี SET แกว่ง Sideway Up หลัง บรรยากาศการลงทุนกลับมาดีขึ้นเล็กน้อยจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาตามคาด ทำให้ตลาดคลายความกังวลเรื่อง Fed ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาการประกาศงบประจำไตรมาส 2 กันต่อ ด้าน MSCI ประกาศ มีการนำเข้าหุ้น GUNKUL, HANA และนำหุ้นออก CHG, JTS ซึ่งอยู่ในส่วน MSCI Thailand Small Cap
ประเด็นที่น่าสนใจ
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดยดัชนี S&P 500 ปิดตลาดใกล้ระดับสูงสุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq 100 พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน นำโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปยักษ์ใหญ่ หลังจากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคมออกมา เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ช่วยผ่อนคลายความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ
- เงินเฟ้อสหรัฐฯ ก.ค. ออกมาตามคาด โดย Headline CPI บวก 0.1% MoM (3.4% YoY) และ Core CPI เพิ่มขึ้น 0.2% MoM (2.5% YoY) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี แม้ราคาสินค้าคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์จะพุ่งสูงจากวิกฤตชิปขาดแคลนในกระแส AI แต่งบพลังงาน อาหาร และค่าโรงแรมที่ชะลอตัวลง ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อภาพรวมอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อนำมารวมกับตัวเลขการจ้างงานที่พลิกลบในสัปดาห์ก่อน ตลาดจึงเพิ่มน้ำหนักให้เฟด (Fed) สามารถชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ออกไปได้
- รัฐบาลสหรัฐฯ ยุคทรัมป์ปรับกลยุทธ์จากความขัดแย้งทางทหารที่ยืดเยื้อจนคลังอาวุธเริ่มตึงตัว หันมาใช้ยุทธศาสตร์ "Operation Economic Fury" เน้นการกดดันทางเศรษฐกิจขั้นสูงสุดและการปิดล้อมทางทะเลแทน นำโดย Scott Bessent รัฐมนตรีคลัง สหรัฐฯ ได้ลดระดับการโจมตีทางอากาศลงเพื่อปล่อยให้เศรษฐกิจอิหร่านพังทลาย จากภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงและรัฐบาลถังแตก โดยนับตั้งแต่ปี 2018 สหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านไปแล้วกว่า 2,200 รายการ โดยในจำนวนนี้ราว 350 รายการ เกิดขึ้นภายใต้แคมเปญ Economic Fury ของ Bessent
- สดช. คาดเศรษฐกิจดิจิทัลไทยปี 2569 จะขยายตัว 5.6% มูลค่าแตะ 5.7 ล้านล้านบาท เติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจรวมถึง 2.2 เท่า แรงหนุนหลักมาจากการที่ไทยเป็น 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ของโลก ทำให้ครึ่งปีแรกส่งออกโตถึง 45% ประกอบกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center และ Cloud Service ของภาคเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มซอฟต์แวร์เติบโตสูงสุด คาดว่าแนวโน้มปี 2570 จะขยายตัวต่อเนื่องเป็น 6.3% แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันดึงดูดการลงทุนในภูมิภาค
Strategy
- กลยุทธ์หลัก คาดดัชนีอาจมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ ตามเงินทุนต่างชาติที่มีโอกาสจะไหลเข้ามา โดยเฉพาะ DELTA ขณะเดียวกัน การประกาศงบประจำไตรมาส 2 อาจส่ง sentiment ต่อหุ้นไทยเช่นกัน ทั้งนี้เรายังแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดี
Fund Flow และตลาดการเงิน
ต่างชาติขายทั้งตลาดหุ้นและตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ตลาดหุ้น (SET+MAI 11 ส.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 69,950.50 ล้านบาท และ (MAI) 393.75 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 112.58 ล้านบาท
Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-2 bps สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 5,365 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET SELL 5,365 ล้านบาท
ค่าเงินบาท: อ่อนค่าเล็กน้อยปิดที่ 33.16 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.99 บาท/ดอลลาร์
Technical : BCH, KAMART
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 10 Aug 26
US, Fed Hammack และ Barkin Speech Speech
US, PPI MoM (Jul), Consensus=-0.1%, Prior=0.1%
US, Core PPI MoM (Jul), Consensus=0.1%, Prior=0.2%
US, PPI YoY (Jul), Consensus=5.0%, Prior=5.5%
CN, New Yuan Loans (Jul), Consensus=-80.0B, Prior=CNY1610B
CN, M2 Money Supply YoY (Jul), Consensus=8.2%, Prior=7.9%
CN, Outstanding Loan Growth YoY (Jul), Consensus=5.1%, Prior=5.3%
หุ้นเด่นวันนี้
SPALI : 1) กำไรสุทธิ 2Q26 สูงกว่า consensus คาดถึง 111% อยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท (+49% YoY, +310% QoQ) จากยอดโอนที่ดี และส่วนแบ่งกำไร JV เพิ่มขึ้นมากเป็น 890 ล้านบาท (+99% YoY, +759% QoQ), 2) ปรับขึ้นเป็น "ซื้อ" และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 19.00 บาท จากการปรับกำไรปี 2026E ขึ้น 9% เป็น 4.4 พันล้านบาท (+9% YoY) โดยมี dividend yield สูงราว 8% ต่อปี
EPG : 1) กำไปกติ 1QFY27 ทำสถิติสูงสุดใหม่ ดีกว่าคาด 14% อยู่ที่ 474 ล้านบาท (+53% YoY, +28% QoQ) จากทุกธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะ Aeroflex ที่โดดเด่นสุด หนุนจากตลาดสหรัฐ, 2) แนะนำ "ซื้อ" ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 8.50 บาท หลังปรับกำไรปกติ FY27E ขึ้น 5% เป็น 1.6 พันล้านบาท (+21% YoY) ด้าน valuation ยังน่าสนใจเทรดที่ FY27E core PER 10.3x คิดเป็น -1.1SD
กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1600-1606 // ต้าน 1617-1623
Technical Pick: TFG, PRM
Stock picks for August 2026 : SJWD, GPSC, SCGP, CENTEL, ITC, MAGURO
Company Report
( + ) IVL (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 28.00 บาท) กำไรสุทธิ 2Q26 ดีกว่าคาด; แนวโน้มฟื้นตัว YoY ใน 3Q26E
( + ) SPALI (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 19.00 บาท) 2Q26 ดีกว่าคาดมาก จากยอดโอนและส่วนแบ่งกำไร JV ที่เพิ่มขึ้น
( + ) EPG (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 8.50 บาท) กำไรปกติ 1QFY27 ดีกว่าคาด ทำ new high จาก Aeroflex ที่เติบโตดีสุด
( + ) ADVANC (ซื้อ/เป้า 435.00 บาท) คาด 2H26E โตต่อเนื่อง พร้อมแรงหนุนระยะยาวจากธุรกิจ Enterprise
( + ) CENTEL (ซื้อ/เป้า 48.00 บาท) คาด RevPAR และ SSSG จะเติบโตได้ดีต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
