อินเทอร์เน็ตในอิหร่านเชื่อมต่อได้เพียง 4% ตัดขาดโลกออนไลน์นานนับเดือน

ประเทศอิหร่านกำลังเผชิญกับภาวะการถูกตัดขาดจากโลกออนไลน์อย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โดยข้อมูลล่าสุดรายงานว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระดับชาติได้ลดลงต่ำสุดเหลือเพียง 4% ของระดับปกติเท่านั้น วิกฤตการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2569 และทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
โดยการตัดขาดการสื่อสารเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในคืนวันที่ 8 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 12 ของการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน ทางการได้สั่งตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งระบุตรงกันว่า การชัตดาวน์อินเทอร์เน็ตมีจุดประสงค์เพื่อปกปิดความรุนแรงและการสังหารหมู่ผู้ประท้วงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อไม่ให้ภาพและข่าวสารหลุดรอดออกไปสู่สายตาประชาคมโลก
แม้ในวันที่ 28 มกราคม 2569 ทางการอิหร่านจะเริ่มผ่อนปรนการจำกัดอินเทอร์เน็ตลงบ้าง แต่ก็เป็นการอนุญาตให้ใช้งานเฉพาะเว็บไซต์ที่รัฐบาลอนุมัติล่วงหน้าภายใต้ระบบบัญชีขาว (Whitelist) เท่านั้น สื่อของรัฐ หรือกลุ่มคนที่ได้รับความไว้วางใจสามารถเข้าถึงเครือข่ายระหว่างประเทศได้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับมาเลวร้ายลงขั้นสุดในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อองค์กร NetBlocks องค์กรเฝ้าระวังอินเทอร์เน็ตระดับโลก และ Cloudflare ยืนยันตรงว่าการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตในอิหร่านลดลงจนแทบจะเป็นศูนย์ โดยการเชื่อมต่อระดับประเทศตกลงมาอยู่ที่ระดับ 4% ของช่วงเวลาปกติ
การตัดสัญญาณอย่างฉับพลันนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการโจมตีทางทหารจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งทางการอิหร่านมักใช้วิธีการตัดอินเทอร์เน็ตเพื่อควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลและป้องกันการถูกโจมตีทางไซเบอร์ในช่วงวิกฤตความมั่นคง
การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตที่ยืดเยื้อได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของอิหร่านยอมรับว่าการตัดสัญญาณนี้ทำให้เศรษฐกิจสูญเสียรายได้ถึง 35.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อวัน ธุรกิจออนไลน์ยอดขายตกถึง 80% และสูญเสียรายได้อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังส่งกระทบต่อการทำงานของโรงพยาบาล ธนาคาร และการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน
แม้ว่าชาวอิหร่านจำนวนมากพยายามหาทางเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านการใช้ VPN และเครื่องมือหลบเลี่ยงต่าง ๆ รวมถึงการลักลอบใช้งานอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink แต่รัฐบาลอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการรบกวนสัญญาณ GPS กวาดล้างและยึดจานดาวเทียมตามบ้านเรือน ไปจนถึงการตัดสัญญาณซิมการ์ดของผู้ประท้วง ผู้ที่ถูกจับกุมฐานครอบครองอุปกรณ์ Starlink อาจต้องโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี หรือถึงขั้นประหารชีวิต
โฆษกรัฐบาลอิหร่านได้ระบุว่า การเข้าถึงเว็บไซต์ระดับนานาชาติจะยังคงถูกระงับไว้อย่างน้อยจนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่อิหร่านในปลายเดือนมีนาคม ยิ่งไปกว่านั้น รายงานจากองค์กรเฝ้าระวังทางดิจิทัลยังเปิดเผยถึงแผนการระยะยาวของรัฐบาลที่จะแยกโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตของอิหร่านออกจากโลกภายนอกอย่างถาวรในรูปแบบของการสร้างอินเทอร์เน็ตแบบปิด (Absolute Digital Isolation) รัฐบาลสามารถควบคุมและตรวจสอบการสื่อสารของประชาชนได้ทั้งหมด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
