น้ำมันร่วงแรง! ดาโอเปิด 5 หุ้นตัวตึง สวนกระแสน้ำมันดิ่ง!

#ทันหุ้น - บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงแรงเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะท่องเที่ยว การบิน ค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงรับเหมาก่อสร้าง จากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่ลดลง พร้อมคัด 5 หุ้นเด่น ได้แก่ AOT, BGRIM, CENTEL, CK และ OSP ขณะที่มองว่าดัชนี SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อจากความคาดหวังต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่เตือนหุ้นพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นอาจเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัว
เปิด 5 หุ้นเด่นรับอานิสงส์น้ำมันขาลง
ฝ่ายวิจัยมองบวกต่อหุ้นพื้นฐานดีที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันลดลง โดยแนะนำ 5 หุ้นเด่น ได้แก่
AOT แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 73.00 บาท
BGRIM แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท
CENTEL แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท
CK แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท
OSP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22.00 บาท
สำหรับกลุ่มท่องเที่ยว ให้น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาด” (Overweight) โดยมองว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยว หุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ CENTEL แนะนำซื้อ เป้าหมาย 48.00 บาท, ERW แนะนำซื้อ เป้าหมาย 4.20 บาท, MINT แนะนำซื้อ เป้าหมาย 26.00 บาท และ SHR แนะนำถือ เป้าหมาย 1.70 บาท
ส่วนกลุ่มการบิน ให้น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาด” เช่นกัน เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนและช่วยสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีหุ้นเด่น ได้แก่ AOT แนะนำซื้อ เป้าหมาย 73.00 บาท, SAV แนะนำซื้อ เป้าหมาย 14.50 บาท และ AAV แนะนำถือ เป้าหมาย 1.12 บาท อย่างไรก็ตาม AAV อาจยังมีผลขาดทุนในระดับสูงในไตรมาส 3/2569
ค้าปลีก–อาหาร–รับเหมา รับประโยชน์ต้นทุนลด
กลุ่มค้าปลีก ให้น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาด” โดยราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยบรรเทาภาระค่าขนส่ง และสนับสนุนกำลังซื้อผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลบวกต่อจำนวนลูกค้าและยอดขายสาขาเดิม (SSSG) หุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ BJC แนะนำซื้อ เป้าหมาย 22.00 บาท, CPAXT แนะนำซื้อ เป้าหมาย 17.00 บาท และ CPALL แนะนำซื้อ เป้าหมาย 63.00 บาท
ขณะที่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ให้น้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาด” (Neutral) โดยได้รับประโยชน์จากต้นทุนพลังงาน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 2–4% ของต้นทุนขาย รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง หุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ OSP แนะนำซื้อ เป้าหมาย 22.00 บาท, CBG แนะนำซื้อ เป้าหมาย 67.00 บาท และ SAPPE แนะนำซื้อ เป้าหมาย 41.00 บาท
ด้านกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ให้น้ำหนักลงทุน “เท่ากับตลาด” โดยมีต้นทุนน้ำมันคิดเป็นประมาณ 1–2% และราคาน้ำมันที่ลดลงอาจช่วยให้ต้นทุนวัสดุอื่นปรับลดลงตาม หุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ CK แนะนำซื้อ เป้าหมาย 23.00 บาท และ STECON แนะนำถือ เป้าหมาย 19.00 บาท
นอกจากนี้ กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน อาจได้รับประโยชน์จากต้นทุนน้ำมันที่ลดลง ซึ่งมีโอกาสบรรเทาแรงกดดันต่อสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าการตลาด โดย OR แนะนำถือ เป้าหมาย 13.00 บาท และ PTG แนะนำถือ เป้าหมาย 8.00 บาท
ส่วนกลุ่มเกษตรและอาหาร ได้รับประโยชน์จากต้นทุนโดยรวมที่ลดลง ทั้งค่าขนส่งและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ได้แก่ ITC แนะนำซื้อ เป้าหมาย 21.00 บาท, TU แนะนำซื้อ เป้าหมาย 16.00 บาท และ AAI แนะนำถือ เป้าหมาย 4.00 บาท
เตือน PTTEP–โรงกลั่น เสี่ยงราคาน้ำมันร่วง
อย่างไรก็ตาม บล.ดาโอ มองลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะ PTTEP ที่มีความเสี่ยงจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (Liquid ASP) ที่ลดลงแรง ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นอาจเผชิญผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss)
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยแนะนำ PTTEP “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 180.00 บาท, TOP “ถือ” เป้าหมาย 70.00 บาท, SPRC “ถือ” เป้าหมาย 12.00 บาท และ BCP “ถือ” เป้าหมาย 50.00 บาท
คาดราคาน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติปี 2570
ฝ่ายวิจัยยังคงประเมินว่าราคาน้ำมันจะทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติมากขึ้นในปี 2570 หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแรงสนับสนุนในสภาคองเกรสลดลง ซึ่งอาจเอื้อต่อความคืบหน้าของการเจรจายุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าราคาน้ำมันมีโอกาสสูงกว่าสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปี 2569 ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
น้ำมัน Brent ร่วง 8.7% หลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
สำหรับปัจจัยข่าวที่ส่งผลต่อตลาด รายงานของ บล.ดาโอ ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ล่วงหน้าลดลง 8.7% มาอยู่ที่ 94.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569
รายงานระบุว่า พรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอม โดยผลการเลือกตั้งล่าสุดตามที่รายงาน ณ เวลา 17.00 น. ตามเวลาไทย พรรคเดโมแครตได้ที่นั่งในวุฒิสภาแล้ว 54 จาก 100 ที่นั่ง และในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า 242 จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง ขณะที่ยังรอผลการเลือกตั้งในบางพื้นที่
ผลดังกล่าวทำให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังต่อโอกาสยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง อำนาจในสภาคองเกรสอาจเพิ่มข้อจำกัดด้านการใช้กำลังทหาร และสนับสนุนให้เกิดการเจรจาสันติภาพมากขึ้น โดยรายงานยังระบุว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ไม่มีแผนโจมตีอิหร่านในทันทีหลังการเลือกตั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
