รีเซต

ธุรกิจเจ๊งอื้อ พณ.เผยปี63บริษัทปิดตัวกว่า2หมื่นราย สัดส่วน 69% เป็นรายเล็กทุนต่ำกว่าล้าน

ธุรกิจเจ๊งอื้อ พณ.เผยปี63บริษัทปิดตัวกว่า2หมื่นราย สัดส่วน 69% เป็นรายเล็กทุนต่ำกว่าล้าน
มติชน
27 มกราคม 2564 ( 13:25 )
30
ธุรกิจเจ๊งอื้อ พณ.เผยปี63บริษัทปิดตัวกว่า2หมื่นราย สัดส่วน 69% เป็นรายเล็กทุนต่ำกว่าล้าน

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนธันวาคม 2563 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ จำนวน 3,287 ราย โดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 27,584 ล้านบาท ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 320 ราย รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 200 ราย และอันดับ 3 คือ ธุรกิจบริการด้านอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร 116 ราย ธุรกิจจัดตั้งใหม่ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 69.46%

 

ทำให้ทั้งปี 2563 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ จำนวน 63,340 ราย ลดลง 8,145 ราย คิดเป็น 11% เมื่อเทียบปี 2562 และลดลง 8,769 ราย คิดเป็น 12% เทียบปี 2561 ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 6,392 ราย รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3,138 ราย และธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึงคนโดยสาร 1,790 ราย มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่รวม 235,272 ล้านบาท ลดลง 92,192 ล้านบาท คิดเป็น 28% เทียบปี 2562 และลดลง 139,012 ล้านบาท คิดเป็น 37% เทียบปี2561 โดยสัดส่วน 73.39% เป็นมีทุนจดทะเบียน

 

นายทศพล กล่าวว่า ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนธันวาคม 2563 มีจำนวน 6,013 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 16,726 ล้านบาท ธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 508 ราย รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 269 ราย และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 167 ราย ซึ่งช่วงทุนจดทะเบียนที่เลิกมากสุดคือ ช่วงทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดเป็น 69.68%

 

ทำให้ทั้งปี 2563 ธุรกิจเลิกประกอบกิจการ จำนวน 20,920 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียน 91,859 ล้านบาท ธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 1,830 ราย รองลงมาคือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 1,081 ราย และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 594 ราย โดย 69.01% เป็นธุรกิจทุนไม่เกินไม่เกิน 1 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันมีธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศ 769,208 ราย มูลค่าทุน 19.17 ล้านล้านบาท

 

นายทศพล กล่าวว่า การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าว เดือนธันวาคม2563 มีการอนุญาต 32 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 13 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ 19 ราย มีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 4,646 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น 8 ราย เงินลงทุน 1,103 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ สิงคโปร์ 6 ราย เงินลงทุน 605 ล้านบาท และฮ่องกง 5 ราย เงินลงทุน 1,711 ล้านบาท ทำให้ทั้งปี 2563 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น 668 ราย มีเงินลงทุน 114,309 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง